Amitie Furniture

Author: thai furniture / Category: Thai furniture

Amitie Furniture

Amitie Furniture

Amitie - the star of the annual Baan Lec Suan Fair - now shines on a sub-soi of Thonglor with a range of rustic French wooden furniture.

Major fans of rural-style furnisshings, pals Panomporn Tresukosol and Wannipa Keatkajohnjumroen set up the store last year, borrowing the French word for "friendship".

The shop has two floors, a cosy atmosphere and a genuinely surprising collection of hand-painted hardwood furniture and zine garden tools,

Many of the designs are inspired by flowers and animals, and quality pinewood imported from New Zealand is used in lots of the pieces. The tones range from pastel pinks, blues, yellows and greens to creamy white.

"The french country style always comes in sweet colours and looks comforable," says manager Wanapa Larpvorakitchai, "while the English style is inspired by the rose and looks simple but strong."

The store stocks cabinets, drawers, benches, chairs, stools, dining tables, wardrobe, coffe tables, bookshelves, beds, sofas, mailboxes, cages and trays.

Amitie’s main outlet

933 Soi Thonglor (Sukhumvit 55)
02-7128335-6
www.AmitieFurniture.com

คนกับป่า

Author: thailand wood / Category: Videos

รักษ์ป่า
คนกับป่า

เพลงประกอบสารคดี ปกป่าเพื่อแม่
มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เฉลิมพระเกียรติ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ

ขับร้อง ธนพร แวกประยูร
คำร้อง จิระนันท์ พิตรปรีชา
ทำนอง/เรียบเรียง จักรพัฒน์ เอี่ยมหนุน
บรรเลงโดย วงคุณพระออร์เคสตรา
ประสานเสียง สถาบันดนตรีมีฟ้า

แต่ก่อนเกิดมา เรามีผืนป่าเป็นเหย้าเรือน
ท้องฟ้าดาวเดือน และความทรงจำ ถอยห่าง
จางไป ผ่านยุคปีเดือน เหมือนอยู่แสนไกล
ไกลแสนไกล ใครจะมองเห็น
น้ำ ป่า คือแหล่งน้ำ งาม เขียวครามขุนเขา
ป่าตะวันออกของเรา คือลำเนาเลี้ยงบ้านเมืองมา
คน อยู่กับต้นธาร ไยหักหาญผลาญทำลายป่า
ร้อน โลกร้อนอ่อนล้า
แล้วเมืองกับป่า จะอยู่ต่อไปอย่างไร
ป่าคือชีวิต บทเรียนให้คิดให้รู้คุณค่า
มาร่วมใจกัน อย่าให้ความฝันนั้นเลือนลาง
สอยดาว สาวเดือน ร่วมสร้างโลกสวยงาม
ทั่วแผ่นฟ้า ป่ากับน้ำ จะงามคู่คน
คนกับป่า รักษาผูกพัน
ร่วมใจกัน สร้างโลกสวยงาม
รักษ์ผืนป่า มอบมิ่งฟ้า แด่พระราชินีของเรา

source: รายการคุณพระช่วย
photo: วิกิพีเดีย

สุขภาพคนทำงานกับผลิตภัณฑ์งานไม้

Author: thai furniture / Category: Knowledge, Thai furniture

การศึกษาภาวะเสี่ยงต่อสุขภาพคนทำงานในวิสาหกิจชุมชนประเภทผลิตภัณฑ์ไม้

การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบภาวะเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมในการทำงานและปัญหาสุขภาพของคนทำงานในวิสาหกิจชุมชนประเภทผลิตภัณฑ์ไม้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการจัดทำแนวทางการดำเนินการป้องกัน และแก้ไขปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการทำงานในวิสาหกิจชุมชนประเภทผลิตภัณฑ์ไม้ ประชากรที่ศึกษา คือ คนงานในวิสาหกิจชุมชนประเภทผลิตภัณฑ์ไม้ (เฉพาะกลุ่ม OTOP ที่ได้รับคัดสรรสุดยอด) ในพื้นที่เขต 4 การเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสำรวจสิ่งแวดล้อมในการทำงาน แบบสัมภาษณ์คนงาน เก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมวิเคราะห์ฝุ่นไม้และสารทำละลาย เก็บตัวอย่างปัสสาวะเพื่อตรวจหาระดับเมตาโบไลท์ของสารทำละลาย รวมถึงการตรวจสมรรถภาพต่าง ๆ ของร่างกาย โดยดำเนินการในวิสาหกิจชุมชนประเภทผลิตภัณฑ์ไม้ จำนวน 13 กลุ่ม

ผลการศึกษาพบว่าคนงานที่ศึกษาจำนวน 88 คน เป็นเพศชาย ร้อยละ 63.60 มีอายุโดยเฉลี่ย 37.53 ปี ส่วนใหญ่จบการศึกษาชั้นประถมศึกษา ร้อยละ 57.47 มีระยะเวลาทำงานเฉลี่ย 5.11 ปี โดยใน 1 สัปดาห์ ทำงานมากกว่า 48 ชั่วโมง ถึงร้อยละ 62.50 และมีคนสูบบุหรี่ ร้อยละ 29.50 ภาวะเสี่ยงต่อสุขภาพคนทำงานในวิสาหกิจชุมชนประเภทผลิตภัณฑ์ไม้ ได้แก่ ฝุ่นจากไม้ เสียงดัง สภาพเครื่องจักรที่ไม่ปลอดภัย เช่น เครื่องจักรที่มีการหมุนไม่มีการ์ดป้องกัน สภาพเครื่องจักรที่ไม่มั่นคงแข็งแรง การจัดเก็บวัสดุไม่เรียบร้อย ความสะอาดของสถานที่ทำงาน รวมถึงระบบและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่เหมาะสม และอาจเกิดอันตรายและอัคคีภัยได้ สำหรับฝุ่นไม้จากการเก็บตัวอย่างอากาศตรวจพบว่ามีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีฝุ่นไม้ทุกขนาด เกินค่ามาตรฐาน (ค่าแนะนำของ ACGIH) ร้อยละ 41.67 และสำหรับระดับเสียงที่วัดได้ พบว่ามีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีเสียงดังเกินมาตรฐาน ร้อยละ 50 ส่วนปัญหาสุขภาพของคนงานที่พบ คือ คนงานมีโรคประจำตัว ร้อยละ 25.29 โดยโรคประจำตัวที่พบมากที่สุด คือ การแพ้ยาและสารต่าง ๆ รวมถึงฝุ่นไม้ สำหรับอาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจพบ ร้อยละ 35.20 โดยอาการที่พบมากที่สุด คือ อาการแน่นหน้าอกหรือหายใจลำบาก และอาการคัดจมูกหรือข้างในจมูกอักเสบเวลาอากาศเย็น สำหรับอาการที่พบจากการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีสารทำละลาย อาการที่พบมากที่สุดคือ แสบตา เคืองตา ร้อยละ 37.50 สำหรับการบาดเจ็บจากการทำงาน มีผู้เคยได้รับบาดเจ็บร้อยละ 43.20 โดยสาเหตุส่วนใหญ่ที่พบ คือ ใบเลื่อยบาด และปัญหาสุขภาพของคนงานที่สำคัญอีกอย่าง คือ เรื่องอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อของคนงาน มีถึง ร้อยละ 82.76 โดยหลังส่วนเอวเป็นส่วนของร่างกายที่มีคนงานปวดเมื่อยมากที่สุด ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากท่าทางการทำงานที่ไม่ปลอดภัย เช่น มีการทำงานที่เคลื่อนไหวซ้ำซากจำเจ ผลการตรวจสมรรถภาพการทำงานของปอดพบผิดปกติ ร้อยละ 33.70 โดยส่วนใหญ่เป็นความผิดปกติแบบความจุปอดลดลง ผลการตรวจสมรรถภาพการได้ยินพบ มีการสูญเสียการได้ยินถึงร้อยละ 87.21 โดยการสูญเสียการได้ยินที่พบส่วนใหญ่เป็นการสูญเสียการได้ยินทั้งเสียงในช่วงที่มีความถี่สูงและความถี่ช่วงสนทนา และผลการตรวจสมรรถภาพการมองเห็นพบว่าไม่เหมาะกับงานที่ทำ ร้อยละ 62.40

จากการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าวิสาหกิจชุมชนประเภทผลิตภัณฑ์ไม้ มีปัญหาทั้งด้านสิ่งแวดล้อมในการทำงานและการปฏิบัติตัวของคนงาน และมีผลต่อสุขภาพของคนงานหลายด้าน ทั้งปัญหาด้านสมรรถภาพการทำงานของปอด ปัญหาการได้ยิน ปัญหาการเมื่อยล้าของคนงานและอื่น ๆ ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็มีความพยายามในการส่งเสริมด้านการตลาด ทั้งในและนอกประเทศให้กับหน่วยการผลิตสินค้ากลุ่มเหล่านี้ ซึ่งถ้าสามารถทำได้สำเร็จ ผลที่ตามมา คือ กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาด ขนาดของสถานที่ผลิต จำนวนคนงาน การใช้วัตถุดิบที่เป็นอันตรายก็ต้องเพิ่มขึ้น ผลก็คือปัญหาทางสุขภาพของคนงานจะมากขึ้นตาม ฉะนั้นในขณะที่รัฐทำการส่งเสริมการตลาดอยู่ ควรทำการส่งเสริมทางด้านอาชีวอนามัยไปพร้อม ๆ กันด้วย

source: กลุ่มโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 จังหวัดราชบุรี
www.enocc4.th.gs/web-e/nocc4/index.html
 

การยกเคลื่อนย้ายของอย่างถูกวิธี

Author: thailand wood / Category: Advertise, Knowledge

การยกของจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ดูเหมือนจะเป็นงานง่ายๆ แต่ทราบหรือไม่ว่าในแต่ละปีมีผู้บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการยกของไม่ถูกวิธีเป็นจำนวนมาก อย่างเช่นในปี 2546 มีผู้ที่ต้องรับการรักษาเนื่องจากยกหรือเคลื่อนย้ายของหนัก เป็นจำนวนถึง 4,425 ราย ดังนั้น การเรียนรู้และปฏิบัติตามขั้นตอนการยกเคลื่อนย้ายของอย่างถูกวิธีจะช่วย ป้องกันการเกิดปัญหาดังกล่าวได้ ซึ่งการยกเคลื่อนย้ายของอย่างถูกวิธีนั้นประกอบด้วย การวางแผนการยกและขั้นตอนการยก ดังต่อไปนี้

การวางแผนการยก

หลักการทั่วไปในการวางแผนการยก เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนยก มีดังต่อไปนี้

1. ต้องประเมินน้ำหนักของวัสดุสิ่งของ ว่าจะยกตามลำพังเพียงคนเดียวได้หรือไม่
2. ถ้าไม่สามารถยกได้ต้องหาคนช่วยยก ไม่ควรพยายามยกเคลื่อนย้ายวัสดุสิ่งของที่หนักมากโดยลำพัง
3. ตรวจสภาพบริเวณที่จะยกโดยรอบ เช่น ต้องไม่มีสิ่งกีดขวางทาง มีเนื้อที่ว่างมากพอในการยกเคลื่อนย้าย พื้นจะต้องไม่ลื่น และมีแสงสว่างเพียงพอ เป็นต้น
4. ควรใช้เครื่องทุ่นแรงที่เหมาะสม เพื่อลดการใช้กำลังแรงงานคน
5. จัดวางตำแหน่งวัสดุสิ่งของที่จะยก ไม่สูงเกินกว่าระดับไหล่
6. การทำงานกับวัสดุสิ่งของที่มีน้ำหนักต่างๆ กัน เมื่อยกของที่หนักแล้วให้สลับมายกของเบาเพื่อพักกล้ามเนื้อ และเพื่อ
ช่วยลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อ

7. ควรใช้ถุงมือ เพื่อป้องกันการถลอก ขูดขีด และการถูกบาดจากของมีคม และสวมใส่รองเท้านิรภัยเพื่อป้องกันการลื่นไถล และป้องกันการบาดเจ็บจากวัสดุสิ่งของหล่นทับ

การยกที่ถูกวิธี

การยกวัสดุสิ่งของคนเดียว โดยวัสดุสิ่งของอยู่ระดับพื้น

1. ยืนชิดวัสดุสิ่งของ วางเท้าให้ถูกต้องและมีความมั่นคง เพื่อป้องกันการเสียสมดุลของร่างกาย
2. ย่อเข่าให้หลังเป็นแนวตรง เพื่อรักษาสภาพความโค้งของกระดูกสันหลังให้เป็นแนวตรง หรือเป็นไปตามธรรมชาติ เพื่อให้แรงกดลงบนหมอนรองกระดูกสันหลังมีการกระจายตัวเท่าๆ กัน
3. จับวัสดุสิ่งของให้มั่นคงโดยใช้ฝ่ามือจับ เพื่อป้องกันการลื่นหลุดมือ และหากเป็นไปได้ ควรมีที่จับหรือหูจับ เพื่อทำให้จับได้ถนัดและง่ายขึ้น
4. ควรให้แขนชิดลำตัว ไม่ควรกางแขนออก และให้วัสดุสิ่งของที่จะยกอยู่ชิดกับลำตัวให้มากที่สุด เพื่อให้น้ำหนักของวัสดุสิ่งของ
ผ่านลงที่ต้นขาทั้งสองข้าง

5. ควรให้ตำแหน่งของศีรษะสัมพันธ์กับร่างกาย โดยให้ศีรษะและกระดูกสันหลังอยู่ในแนวเดียวกัน คืออยู่ในแนวตรง ซึ่งจะทำให้มองเห็นทางเดินได้ชัดเจนในขณะที่ยกขึ้นและเดิน
6. ค่อยๆ ยืดเข่า เพื่อยืนขึ้นโดยใช้กำลังจากกล้ามเนื้อขา และขณะที่ยืนขึ้น หลังจะอยู่ในแนวตรงหรือเป็นไปตามธรรมชาติ

การยกวัสดุสิ่งของด้วยคนสองคน

เป็นลักษณะการช่วยยกวัสดุสิ่งของหนึ่งชิ้นด้วยคนจำนวนสองคน โดยยกที่ด้านหัวและด้านท้ายของวัสดุสิ่งของ ซึ่งใช้ท่าทาง
การ ยกรูปแบบเดียวกับการยกคนเดียว ในการยกเคลื่อนย้าย ควรยกขึ้นพร้อมกัน อาจใช้วิธีนับหนึ่ง สอง สาม แล้วยก เป็นต้น และควรใช้ความเร็วในการยกเท่ากัน ในกรณีที่น้ำหนักด้านหัวและด้านท้ายของวัสดุสิ่งของไม่เท่ากัน และต้องยกหลายครั้ง
ผู้ยกทั้งสองควรสลับด้านกัน โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. ยืนชิดวัสดุสิ่งของ วางเท้าให้ถูกต้องและมีความมั่นคงเพื่อป้องกันการเยสมดุลของร่างกาย
2. ย่อเข่าให้หลังเป็นแนวตรง เพื่อรักษาสภาพความโค้งของกระดูกสันหลังให้เป็นแนวตรง หรือเป็นไปตามธรรมชาติ เพื่อให้แรงกดลงบนหมอนรองกระดูกสันหลังมีการกระจายตัวเท่ากัน
3. จับวัสดุสิ่งของให้มั่นคงโดยใช้ฝ่ามือจับ เพื่อป้องกันการลื่นหลุดมือ และหากเป็นไปได้ควรมีที่จับหรือหูจับ เพื่อทำให้จับได้ถนัดและง่ายขึ้น
4. ควรให้แขนชิดลำตัว ไม่ควรกางแขนออก และให้วัสดุสิ่งของที่จะยกอยู่ชิดกับลำตัวให้มากที่สุด เพื่อให้น้ำหนักของวัสดุสิ่งของ
ผ่านลงที่ต้นขาทั้งสองข้าง

5. ควรให้ตำแหน่งของศีรษะสัมพันธ์กับร่างกาย โดยให้ศีรษะและกระดูกสันหลังอยู่ในแนวเดียวกัน คือ อยู่ในแนวตรง ซึ่งจะ
ทำให้มองเห็นทางเดินได้ชัดเจนในขณะที่ยกขึ้นและเดิน

6. ค่อยๆ ยืดเข่าเพื่อยืนขึ้น โดยใช้กำลังจากกล้ามเนื้อขา และขณะที่ยกขึ้น หลังจะอยู่ในแนวตรงหรือเป็นไปตามธรรมชาติ

source: สาขาการยศาสตร์แรงงาน, Occupational Safety and Health Thailand

 

ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ที่ยืนทำงาน

Author: thailand wood / Category: Knowledge

ผลกระทบต่อร่างกาย

เนื่องจากในการยืนทำงาน จะต้องใช้กล้ามเนื้อส่วนขาทั้งสองข้าง กล้ามเนื้อหลังและกล้ามเนื้อคอ ซึ่งหากต้องยืนทำงานเป็นเวลานาน และไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถหรือท่าทางในการยืนทำงานเลย ก็สามารถส่งผลกระทบต่อร่างกายของผู้ที่ยืนทำงานได้ โดยอาจส่งผลกระทบได้ดังนี้

1. เกิดอาการล้า และปวดกล้ามเนื้อบริเวณคอ หลัง และขา ซึ่งเกิดจากที่กล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวต้องเกร็งอยู่ตลอดเวลาในขณะที่ยืนทำ งาน ทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงกล้ามเนื้อน้อยลงจึงเกิดอาการล้าและการเจ็บปวดบริเวณ กล้ามเนื้อดังกล่าว

2. อาจก่อให้เกิดเลือดคั่งบริเวณขาและเท้า ซึ่งจะมีผลทำให้เส้นเลือดดำมีอาการบวมโป่งหรือเป็นเส้นเลือดขอด

3. อาจทำให้ข้อต่อต่างๆ ของกระดูกสันหลัง สะโพก หัวเข่า และเท้าชาชั่วคราว และอาจนำไปสู่โรคข้อเสื่อมที่เกิดจากเส้นเอ็นถูกทำลายได้

การออกแบบสถานที่ทำงานสำหรับผู้ที่ยืนทำงาน

1. ควรออกแบบหรือจัดสถานที่ทำงานใหม่ ให้มีเนื้อที่ว่างเพียงพอสามารถขยับและเคลื่อนไหวร่างกายได้สะดวก หรือสามารถเปลี่ยนอิริยาบถหรือท่าทางการทำงานเป็นยืนสลับนั่งได้ตามความจำ เป็นและเหมาะสม โดยจัดหาเก้าอี้หรือเก้าอี้กึ่งนั่งกึ่งยืนให้ผู้ปฏิบัติงาน

2. ควรจัดให้มีเก้าอี้หรือม้านั่งในบริเวณใกล้จุดปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้ที่ยืนทำงานสามารถนั่งได้ขณะทำงานเอกสาร หรือนั่งพักในขณะที่ไม่มีลูกค้า หรือนั่งพักขณะที่เป็นช่วงพัก

3. สามารถปรับระดับความสูงต่ำของโต๊ะงานได้เพื่อให้งานอยู่ในระดับความสูงที่เหมาะสมกับความสูงของผู้ปฏิบัติงานที่ยืนทำงาน

4. ควรจัดเตรียมงานให้อยู่ในระยะที่สามารถหยิบจับได้ง่าย

5. ควรจัดให้มีแผ่นยางรองพื้น หรือพรมปูพื้นสำหรับรองยืน หรือแผ่นรองยืนที่ทำจากวัสดุที่เหมาะสมที่ไม่แข็งหรือนุ่มจนเกินไป เพื่อป้องกันความเมื่อยล้าเมื่อต้องยืนทำงานเป็นเวลานานๆ และควรหลีกเลี่ยงการยืนทำงานบนพื้นปูน คอนกรีต หรือโลหะ

6. บริเวณพื้นที่ยืนทำงานต้องเป็นพื้นที่มีระนาบเดียวกัน สะอาด ไม่ลื่น และไม่มีสิ่งกีดขวาง หรือสิ่งของวางเกะกะ

7. จัดแสงสว่างที่เหมาะสมและเพียงพอในการทำงานที่ต้องยืนทำงาน

ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ที่ยืนทำงาน

1. ไม่ควรยืนตัวตรงเป็นเวลานานเกิน 10 นาที ควรมีการเคลื่อนไหวร่างกายบ้าง หรือควรยืนในลักษณะพักขาข้างใดข้างหนึ่ง เพื่อให้กล้ามเนื้อหลังและกล้ามเนื้อขาได้พัก โดยให้สลับขาพักหรือถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น ควรจะมีที่วางพักเท้าที่มีขนาดกว้างและยาวพอสามารถสลับพักเท้าด้านซ้ายและ ด้านขวาได้สะดวก

2. หลีกเลี่ยงการยืนทำงานในท่าทางเดียวนานๆ โดยควรจัดให้มีงานหลายๆ ลักษณะเพื่อผู้ปฏิบัติงานจะได้ทำงานในลักษณะ หรือท่าทางที่แตกต่างกันออกไปและมีการใช้กล้ามเนื้อมัดที่แตกต่างกัน

3. จัดให้มีการหมุนงานหรือหมุนคน เพื่อลดความเมื่อยล้าของอวัยวะและกล้ามเนื้อบางส่วนที่ต้องทำงานซ้ำซากเป็นเวลานาน

4. ควรมีการพักช่วงสั้นๆ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและลดอาการปวดเมื่อย โดยในช่วงพักควรเปลี่ยนอิริยาบถหรือท่าทางจากการยืนเป็นการนั่ง หรือมีการนวดเท้า หรือมีการบริหารร่างกายในท่าง่ายๆ ที่เหมาะสม

5. ไม่ควรสวมใส่รองเท้าส้นสูงสูงเกินกว่า 1 นิ้ว เมื่อต้องยืนนานๆ เพราะการสวมใส่รองเท้าส้นสูงจะทำให้หลังแอ่นมากขึ้นและเกิดการปวดหลังได้ ง่ายขึ้น นอกจากนี้ความสูงของรองเท้ายังมีผลกระทบต่อการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อน่องมาก ด้วย

6. ควรสวมใส่รองเท้าที่ไม่เปลี่ยนรูปทรงของเท้า โดยสวมใส่แล้วกระชับพอดีกับเท้าและสามารถขยับนิ้วเท้าไปมาได้ ทั้งนี้รองเท้าที่สวมใส่ควรรับกับความโค้งของเท้าของผู้สวมใส่ทำให้ผู้สวม ใส่รู้สึกสบายเท้า และสามารถรองรับน้ำหนักตัวเองได้อย่างเหมาะสม

7. ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่มีน้ำหนักเบา

8. หลังจากเลิกงานในแต่ละวันควรบริหารร่างกายที่บ้าน เพื่อป้องกันและลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยปฏิบัติตามท่ากายบริหารที่ได้รับการออกแบบอย่างดีและเหมาะสมแล้ว

Occupational Safety and Health Thailand

 

 

Page 1 of 2912345»...Last »