การอาบน้ำยาไม้

การอาบน้ำยาไม้

การอาบน้ำยาไม้
การ ใช้ประโยชน์ไม้จากป่าธรรมชาติทั้งในการก่อสร้างบ้านเรือนและทำเครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆนั้นมีมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ปัจจุบันพื้นที่ป่าธรรมชาติลดน้อยลง จนทำให้ขาดแคลนไม้ใช้สอยภายในประเทศ รัฐบาลจึงได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกสร้างสวนป่าปลูกไม้โตเร็วตาม หัวไร่ปลายนา และปลูกไม้โตเร็วตามพื้นที่สาธารณประโยชน์ต่างๆ เพื่อจะนำไม้ที่ปลูกเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ทดแทนไม้จากป่าธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ดีการนำไม้โตเร็วหรือไม้ขนาดเล็กไปใช้ประโยชน์ มักจะประสบปัญหาการถูกศัตรูทำลายไม้พวกเชื้อรา แมลง และเพรียงเข้าทำลายไม้ ทำให้มีอายุการใช้งานสั้นเพียง 1-2 ปีเท่านั้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงคุณภาพก่อนที่จะนำไม้โตเร็วมาใช้ประโยชน้พื่อยืดอายุการใช้งานได้นานมาก ขึ้นกว่าเดิม โดยการอบน้ำยาป้องกันรักษาเนื้อไม้ ซึ่งหากได้ดำเนินการอบน้ำยาไดถูกวิธีตามหลักวิชาการแล้ว จะช่วยยืดอายุความทนทานของไม้ออกไปได้อีก 3-5 เท่าของอายุความทนทานของไม้ออกไปได้อีก 3-5 เท่าของอายุความทนทานของไม้ตามปกติ
การอาบน้ำยาไม้นอกจากจะทำให้ไม้ท่อนและไม้แปรรูปมีอายุการใช้งานนานขึ้นแล้ว ยังสามารถนำไปใช้ในการยืด อายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ไม้อัด ไม้ประกอบและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากไม้และผลิตผลป่าไม้อื่นได้อย่างมี ประสิทธิภาพด้วย
ศัตรูทำลายไม้
ศัตรูที่เข้าทำลายเนื้อไม้มีหลายจำพวก แยกออกเป็นพวกใหญ่ๆ ได้ดังนี้
• เชื้อรา
• แมลง
• เพรียง
1. เชื้อรา เป็นศัตรูสำคัญที่ทำให้ไม้ผุ เสื่อมสภาพ และเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจเชื้อราที่สำคัญมี3 ประเภท คือ
1.1 เชื้อราทำลายไม้ เป็นเชื้อราที่เมื่อเข้าทำลายเนื้อไม้แล้วจะทำให้เนื้อไม้ผุยุ่ย แบ่งตามลักษณะที่ปรากฏบนไม้ภายหลังถูกทำลายดังนี้
• ราผุสีน้ำตาล เข้าทำลายไม้แล้วเนื้อไม้จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เนื้อไม้ยุบตัวลงและหักง่ายในทางขวางเสี้ยน
• ราผุสีขาว เข้าทำลายไม้แล้วเนื้อไม้จะมีสีซีดลง เนื้อไม้จะยุบเป็นเส้นใย
• ราผุอ่อน พบเกิดกับไม้ที่อยู่ในที่ชื้นมากๆ หรือเปียกน้ำติดต่อกันเป็นเวลานานๆ เชื้อราจะทำลายรุนแรงบริเวณผิวนอกของไม้ มีการแตกขวางเสี้ยนคล้ายราผุสีน้ำตาล แต่มีขนาดเล็กกว่า
1.2 เชื้อราที่ทำให้ไม้เสียสี เชื้อราประเภทนี้ไม้ทำให้ไม้ผุ แต่ทำให้ไม้เสียสีไม่สวยงาม เช่น ทำให้เป็นสีน้ำเงิน สีเขียว สีเหลือง หรือสีดำ เป็นบริเวณกว้างหรือเป็นจุดกระจาย
1.3 เชื้อราผิวไม้ เชื้อราประเภทนี้จะเกิดบนผิวไม้เท่านั้น สามารถปัดหรือขัดออกได้มักเกิดกับไม้ที่ไม่ได้ผึ่งหรือไม้ที่อยู่ในสภาพแวด ล้อมที่เปียกหรืออับชื้น ทำให้ไม้เสียสีเฉพาะผิวนอก เชื้อราจำพวกนี้หลายชนิดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคของระบบหายใจ
2. แมลง แมลงที่สำคัญที่เข้าทำลายไม้ทั้งในขณะยืนต้น หลังการตัดฟัน ขณะเก็บรอการนำไปใช้ประโยชน์และระหว่างการใช้งานมี 2 ชนิด คือ
2.1 ปลวก ปลวกเป็นแมลงที่เข้าทำลายไม้ที่สำคัญและทำลายความเสียหายมากที่สุดแบ่งเป็น 3 ชนิด คือ ปลวกใต้ดิน ปลวกกัดไม้แห้ง และปลวกกัดไม้เปียก ปลวกที่ทำความเสียหายมากที่สุด คือ ปลวกใต้ดิน
2.2 มอด มอดมีอยู่หลายชนิดด้วยกันและมีขนาดต่างๆ กัน แต่ชนิดที่สำคัญจะเข้าทำลายไม้จนเหลือแต่ผงคล้ายแป้ง โดยทั่วไปมอดชอบทำลายไม้ที่มีปริมาณแป้งสูง และกระพี้ไม้เท่านั้น
นอกจากปลวกและมอดแล้วยังมีแมลงทำลายไม้ชนิดอื่นๆ อีก แต่การทำลายไม้ไม่รุนแรงมากนัก ได้แก่ ด้วงหนวดยาว ด้วงงวง มด แมลงภู่ และตัวต่อทำลายไม้
3. เพรียง เพรียงเป็นตัวทำลายไม้ที่ใช้งานในน้ำแยกเป็น 2 พวก คือ
3.1 เพรียงทะเล อาศัยอยู่ในน้ำเค็ม น้ำกร่อยหรือป่าชายเลน เพรียงทะเลแบ่งตามลักษณะโครงสร้างเป็น 2 ประเภท คือ เพรียงพวกหอย และเพรียงพวกกั้ง
3.2 เพรียงน้ำจืด เพรียง น้ำจืดเป็นชื่อเรียกตัวอ่อนของแมลงชีปะขาว เราจะพบการทำลายของเพรียงน้ำจืดในไม้ที่จมอยู่ในน้ำหรือส่วนประกอบของบ้าน เรือน หรือเรือที่อยู่ในน้ำจืด
การอาบน้ำยาป้องกันรักษาไม้อย่างง่ายๆการอาบน้ำยาป้องกันรักษาเนื้อไม้แบบง่ายๆ
ไม้โตเร็วและไม้ขนาดเล็กที่นำมาใช้ประโยชน์โดยทั่งไปในชนบทปัจจุบัน มักมีความทนทานต่อศัตรูทำลายไม้ต่างกัน ก่อนที่จะนำไม้ไปใช้ประโยชน์ควรจะทำให้ไม้นั้นมีความทนทานมากขึ้น โดยเลือกใช้กรรมวิธีต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. การทาหรือพ่น
เป็นการอบน้ำยาไม้ที่ผ่านการผึ่งหรืออบแห้งมาแล้ว ถ้าเป็นไม้เสารั้วหรือเสาบ้านควรลอกเปลือกออกก่อน การทาหรือการพ่นอาจทำตลอดทั้งท่อนหรือเฉพาะส่วนที่อยู่คอดิน( ลึกลงไปในดิน 30-40 ซม. และอยู่พื้นดิน 60-70 ซม.) ก็ได้ การทาหรือพ้นนี้ควรกระทำมากกว่า 1 ครั้ง เพื่อให้ตัวยาแทรกซึมได้ทั่วผิวไม้ ยาที่ใช้ควรเป็นยาพวกน้ำมันหรือสารเคมีละลายในน้ำมัน เช่น น้ำมันดิน โซลิกนั่ม หรือน้ำมันทาไม้ต่างๆ ซึ่งจะติดทนในไม้ได้ดี
2. การแช่ไม้ในน้ำยา
เป็นการอบน้ำยาไม้ที่ใช้ได้กับไม้สดหรือไม้แห้ง แต่การอาบไม้แห้งจะได้ผลดีกว่าวิธีนี้ใช้ได้กับทั้งไม้ท่อนกลมและไม้แปรรูป ถ้าเป็นไม้ท่อนกลมต้องทำการลอกเปลือกออกก่อน การแช่ต้องให้ไม้จมอยู่ใต้น้ำยาตลอดเวลา ระยะเวลาการ แช่ประมาณ 12 – 24 ชั่วโมง หรือ 2-3 วัน ก็ได้แล้วแต่ชนิดไม้ ยิ่งแช่นานเท่าไรตัวยาก็จะซึมเข้าไปในไม้ได้มากขึ้นเท่านั้นเมื่อแช่เสร็จ แล้วก่อนนำไปใช้ประโยชน์ต้องกองผึ่งไม ้ให้แห้งเสียก่อนไม่น้อยกว่า 7 วัน ตัวยาที่ใช้ควรจะเป็นพวกสารเคมีที่ละลายในน้ำ สำหรับภาชนะที่ใช้แช่ถ้าไม้มีขนาดยาวมากอาจจะใช้ถัง 200 ลิตร ผ่าครึ่งแล้วต่อเชื่อมเข้าด้วยกัน แต่ถ้าไม้ยาวมากกว่านี้อาจขุดดินเป็นบ่อตามขนาดที่ต้องการแล้วปูลาดพื้นด้วย พลาสติกกันน้ำยารั่วซึม
3. การอาบน้ำยาโดยอาศัยแรงดันจากแรงโน้มถ่วงของโลก
เป็นการอาบน้ำยาไม้ท่อนกลมสดที่ตัดมาใหม่ๆ ทั้งเปลือก โดยนำยางในรถยนต์เก่าที่ใช้แล้วตัดออกสวมเข้ากับส่วนโคนไม้เสา รัดด้วยลวดหรือแผ่นเหล็กบางๆ หรือเชือก หรือยางให้แน่นกันน้ำยารั่วไหล จากนั้นเทสารเคมีผสมแล้วลงไปในท่อยางในรถยนต์ให้เต็มแล้วยกให้ไม้และท่อยาง ให้สูงขึ้นจากระดับพื้นดิน โดยให้ส่วนปลายไม้ทำมุมประมาณ 45 กับพื้นดินน้ำหนักของสารเคมีและการระเหยของน้ำเลี้ยงในไม้จะช่วยให้น้ำยา แทรกซึมเข้าไปในเนื้อไม้เราจะทราบได้ว่า น้ำยาแทรกซึมเข้าไปตลอดท่อนหรือยัง โดยสังเกตจากน้ำที่หยดออกมาทางปลายด้านล่างของไม้ซึ่งในระยะแรกจะเป็นน้ำ เลี้ยงในไม้ซึ่งไม่มีสี เมื่อน้ำยาซึมผ่านตลอดท่อนแล้วน้ำที่หยดทางปลายท่อนจะเปลี่ยนไปเป็นสีของ น้ำยา แสดงว่าน้ำยาได้ซึมเข้ามาในไม้ตลอดทั้งท่อนแล้ว สามารถถอดยางที่มัดไว้ที่ปลายด้านบนออกได้ แล้วนำไม้ที่ผึ่งให้แห้งก่อนนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ไม้ที่ผ่านการอาบน้ำยาแบบนี้คือ สารเคมีจำพวกที่ละลายน้ำ เช่น ซีซีเอ คอปเปอร์ซัลเฟต
การเตรียมไม้ก่อนอาบน้ำยา
ไม้โตเร็วที่จะนำมาอาบน้ำยาส่วนใหญ่มีอยู่ด้วยกัน 2 พวก แบ่งตามวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้งานดังนี้
1. ไม้ท่อนกลมใช้ทำไม้เสาต่างๆ เช่น เสาบ้าน เสารั้ว เสาคอกสัตว์ เตรียมดังนี้
1.1 ไม้สด ไม้ท่อนกลมสดก่อนอาบน้ำยาต้องริดกิ่งก้านและตัดทอนให้ได้ขนาดความยาวตามต้องการ
1.2 ไม้แห้ง ไม้ท่อนกลมแห้งที่ริดกิ่งก้านและตัดท่อนได้ขนาดตามต้องการแล้วต้องทำการลอกเปลือกออกให้หมด
2. ไม้แปรรูป ก่อนนำไม้แปรรูปไปอาบน้ำยาจะต้องการไส ตบแต่งและตัดท่อนให้ได้ขนาดตามต้องการ และนำไม้กองผึ่งให้ไม้แห้งเสียก่อน
สารป้องกันรักษาเนื้อไม้
สารป้องกันรักษาเนื้อไม้ เป็นสารเคมีที่ใช้อาบน้ำยาไม้เพื่อให้ไม้มีความทนทานต่อการทำลายของเชื้อรา แมลง และเพรียงได้ดีขึ้น ซึ่งอาจเป็นสารเคมีเพียงอย่างเดียวหรือผสมกันหลายอย่างทำให้มีลักษณะ ราคา ประสิทธิภาพ และความเหมาสมแก่การใช้งานในสภาพต่างๆ แตกต่างกันไปแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ
1. ประเภทน้ำมัน ที่หาได้ง่ายและเหมาะแก่การอาบน้ำยาไม้โตเร็วในชนบทคือ
1.1 นำมันดิน หรือน้ำมันเครื่องเก่าที่ใช้แล้ว สามารถมาทาป้องกันรักษาเนื้อไม้ได้แต่คุณภาพไม่ดีนัก
1.2 โซลิกนั่ม เป็นน้ำมันที่มีทั้งชนิดธรรมดาสำหรับอาบน้ำยาไม้ทั่วไป และชนิดพิเศษที่ผสมสีแล้ว มีหลายสีด้วยกัน เช่น ดำ น้ำตาล ใช้ทาไม้แบบเดียวกับการทาสีทั่วไป
2. สารเคมีละลายในน้ำมัน ที่พอจะหาซื้อได้ทั่วไป ได้แก่ เซลล์ไดร์วูดพรีเซอร์เวทิพ ประกอบด้วยดีลดริน 0.5 % และเพ็นตาคลอโรฟีนอล 5 % มีอยู่หลายสี เช่น สีน้ำตาลเข้ม สีชา และแบบไม่มีสีใช้ทาไม้เช่นเดียวกับการทาสีทั่วไป ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวสารเคมีจากดีลดรินและเพ็นตาคลอโรฟีนอล ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ตกค้างนานและมีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต และสภาพแวดล้อม ไปเป็นสารในกลุ่มสารสังเคราะห์ไพรีทรอยด์และสารกันราที่มีประสิทธิภาพดีแต่ ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่จะยังหาซื้อได้ในชื่อทางการค้าเดิม
3. สารเคมีละลายในน้ำที่หาง่ายและเหมาะแก่การใช้อาบน้ำยาไม้โตเร็วในชนบท ได้แก่
3.1 คอปเปอร์ซัลเฟต เรียกทั่วไปว่าจุนสี เป็นตัวยาที่มีพิษต่อเชื้อราปานกลางแต่ ป้องกันปลวกและมอดไม่ได้
3.2 โบแรกซ์และกรดบอริก เป็นตัวยาที่มีพิษต่อเชื้อราปานกลาง แต่ป้องกันปลวกไม่ได้กรดบอริกใช้ป้องกันมอดขี้ขุยไม่ยางพาราได้ดี
3.3 ซีซีเอ ตัวยาประกอบด้วยเกลือของพวกทองแดง โครเมียม และสารหนู ใช้ป้องกันเชื้อราและแมลงทำลายไม้ได้ดี เวลาใช้จะผสมน้ำให้มีความเข้มข้น 3-5 %
ข้อมูลจาก : การใช้ประโยชน์ไม้ขั้นพื้นฐาน. สำนักวิจัยการจัดการป่าไม้และผลิตผลป่าไม้ กรมป่าไม้. 2547

