เครื่องเขิน

เครื่องเขิน

อัพเดท: Thursday, November 27th, 2008 | 5,850 views

เครื่องเขิน

เครื่องเขิน

ประวัติความเป็นมาของเครื่องเขิน

นายอนุพงศ์ พลประอินทร์

เชื่อกันว่า  คนจีนรู้จักการทำ เครื่องเขิน และใช้เครื่องเขินกันอย่างแพร่หลายก่อนชนชาติอื่น มีการขุดพบชิ้นส่วนและภาชนะเครื่องเขินในหลุมศพ ของบุคคลสำคัญที่ฝังเอาไว้เมื่อหลายพันปีมาแล้ว ในเมืองจีนวัฒนธรรมเครื่องเขินน่าจะแพร่กระจายไปสู่เกาหลี ญี่ปุ่น จีนตอนใต้ เวียดนาม และเอเชียอาคเนย์ทั้งหมด แต่ก็มีแนวคิดแยกออกไปที่เชื่อว่าวัฒนธรรมเครื่องเขิน น่าจะเกิดขึ้นก่อนในเขตมณฑลยูนนานและรัฐฉาน เพราะเป็นแหล่งวัตถุดิบที่อุดมสมบูรณ์สำหรับการผลิตเครื่องเขิน อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มีการผลิตและ การใช้เครื่องเขินอย่างจริงจัง ต่อมาค่อยแพร่หลายเข้าไปสู่เมืองจีน คนจีนรู้จักพัฒนาความรู้และการผลิต ตลอดจนการเก็บรักษาที่เก่งและดีกว่า ทำให้มีหลักฐานเกี่ยวกับเครื่องเขินค่อนข้างดีและสมบูรณ์ตราบเท่าปัจจุบันนี้

ประวัติความเป็นมาของเครื่องเขินไทย

ในพจนานุกรมไทย กล่าวว่า เครื่องเขินคือ เครื่องสานที่ลงรักฉาบชาดแต่โดยทั่วไปแล้ว เครื่องเขิน หมายถึง
เครื่องใช้สอยที่ทำขึ้นโดยวิธีการเฉพาะอย่างหนึ่ง โดยมีเครื่องจักสาน หรือไม้จริงเป็นโครงแล้วใช้กรรมวิธีตกแต่ง
ให้สำเร็จสวยงามด้วยยางรักและอื่นๆ เช่น สี ชาด มุก ทองคำเปลว  หรือเงินเปลว เป็นต้น โดยหลักการแล้ว เครื่องเขินส่วนใหญ่มีโครงเป็นเครื่องไม้ไผ่ สาน ทาด้วยยางรักหลาย ๆ ชั้น โดยที่ชั้นแรก ๆ จะทำหน้าที่ยึดโครงสร้างให้เกิดความมั่นคง ชั้นต่อ ๆ ไปเป็นการตกแต่งผิวภาชนะให้เรียบ ชั้นสุดท้ายเป็นการตกแต่งให้สวยงาม เช่น การเขียนลวดลาย การปิดทอง  หรือการขูดผิวให้เป็นร่องลึกแล้วฝังรักสีที่ต่างกันเป็นลวดลายสวยงาม ถ้าเป็นของใช้ทั่ว ๆ ไปจะมีน้ำหนักเบา และนิยมใช้รักสีดำและสีแดงตกแต่ง  ถ้าเป็นของใช้ ในพิธีหรืองานตกแต่ง เชิงศิลปะจะมีการใช้ทองคำเปลวประดับมากขึ้นบางครั้งมีการปั้น กดรัก พิมพ์รักให้เป็นลวดลายเพื่อเพิ่มความงดงามให้แก่ ภาชนะในประเทศไทย ได้เริ่มนำยางรักมาใช้เคลือบตกแต่งวัตถุอย่างแพร่หลายในสมัยอยุธยาและได้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

ที่มาของคำว่าเครื่องเขิน

เครื่องเขินเรียกตามนามของเผ่าชนผู้ประดิษฐ์ขึ้นคือ ไทเขิน ไทเขิน คือชนพื้นเมืองหรือคนไทที่อยู่ในลุ่มแม่น้ำ
เขินในแคว้นเชียงตุง เป็นชนกลุ่มหนึ่งในตระกูลไทลื้อ  ปัจจุบันเชียงตุงอยู่ในรัฐฉานตะวันออกของพม่าเมื่อครั้ง พญากาวิละแห่ง “ราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน” ของล้านนาทำการฟื้นเมืองเชียงใหม่ ขึ้นมาจากการปกครองของพม่าในยุค
ต้นของกรุงรัตนโกสินทร์  ได้มีการนำไพร่พลไปรบเพื่อเอาผู้คนพลเมืองที่พูดภาษาตระกูลไทด้วยกันจากรัฐฉาน
และสิบสองปันนามาชดเชยประชากรที่ล้มหายตายจากไป เนื่องด้วยสงครามกับพม่า ชาวไทเขินผู้มีความสามารถ
ทางหัตถกรรมเครื่องเขินจึงถูกนำมาอยู่ในเขตเมืองเชียงใหม่ ตั้งรกรากอยู่ที่เชียงใหม่และถ่ายทอดวิชาหัตถกรรม
นี้ให้แก่ชาวเชียงใหม่  และหมู่บ้านที่ได้ชื่อว่ามีการทำเครื่องเขินเป็นล่ำเป็นสัน   ก็คือ หมู่บ้านเขิน ตำบลหายยา
อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ อาจารย์วิถี พานิชพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องเขิน กล่าวว่า คำว่า ”เครื่องเขิน”  น่าจะ
บัญญัติขึ้นโดยคนไทยภาคกลาง    และข้าราชการจากส่วนกลางที่ขึ้นมาอยู่ในภาคเหนือ  เมื่อประมาณ 100 ปี
มาแล้ว เพราะว่าคำนี้ไม่ได้ปรากฏอยู่ในภาษาพื้นถิ่นเชียงใหม่   และชาวเชียงใหม่แต่เดิมก็ไม่ ได้มีศัพท์เรียกที่จำกัดความเฉพาะเช่นนี้  ที่ใกล้เคียงที่สุดจะเรียกว่า”คัวฮักคัวหาง”  เนื่องจากเครื่องเขินเป็นของใช้ธรรมดาทั่ว ๆ
ไป ดังนั้นการจารึกหรือเขียนเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์จึงไม่ได้ให้ความสำคัญ หรือกล่าวถึงเลย ประกอบกับ
เป็นงานฝีมือที่ใช้วัสดุไม่ค่อยมีราคา จึงมิได้มีผู้ใดเก็บรักษาหรือทะนุถนอมไว้ ส่วนใหญ่ใช้จนชำรุดแล้วทิ้งไป จึงเป็นการยากที่จะหาเจอหลักฐานเครื่องเขินโบราณจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตที่มีอากาศร้อนชื้นเช่นเมืองไทย ดังนั้นจึงใคร่สามารถกล่าวได้เต็มปากเต็มคำว่าวัฒนธรรมเครื่องเขินมีมานานเท่าใด เพราะเราไม่มีหลักฐานที่ี่แน่ชัดหรือเพียงพอเพื่อยืนยันถึงอายุของเครื่องเขินโบราณ

เครื่องเขินเชียงใหม่

แต่เดิมมาคนในเมืองเชียงใหม่และบริเวณใกล้เคียงมีการทำเครื่องเขินแบบพื้นเมืองอยู่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็น
เครื่องเขินประเภทใช้โครงสานด้วยไม้ไผ่ทาด้วยยางรักเพียงไม่กี่ครั้ง และตกแต่งประดับประดาอย่างง่าย ๆ สำหรับของใช้ประจำวันและภาชนะในพิธีกรรม ต่อมาเมื่อมีการนำเอาชาวไทเขินเข้ามาเป็นช่างทำเครื่องเขิน  รูปแบบเครื่องเขินใหม่ ๆ จึงได้เกิดขึ้นจากการผสมผสานรูปแบบดั้งเดิมของเชียงใหม่กับรูปแบบจากเชียงตุง เพื่อเป็นการสนองตอบความต้องการและรสนิยมใหม่ ๆ ในล้านนา ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าเครื่องเขินเชียงใหม่สามารถจำแนก ออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ คือ แบบพื้นเมืองซึ่งพบมากในชนบทของเชียงใหม่ และแบบเครื่องเขินวัวลาย ซึ่งเรียกชื่อ
ตามละแวกหมู่บ้านที่มีการผลิตเครื่องเขินของเมืองเชียงใหม่ในเขตบ้านวัว ลายบ้านนันทาราม และบ้านระแกงทางด้านใต้ของตัวเมือง

กรรมวิธีการผลิตเครื่องเขิน

การทำเครื่องเขินในล้านนา มีการสืบทอดมาหลายช่วงอายุคน จนกระทั่งมีช่วงระยะเวลาหนึ่งที่พม่าได้ยึดครองล้านนาไทย ได้กวาดต้อนเอาช่างฝีมือและผลิตภัณฑ์เครื่องเขินที่เป็นศิลปะดี ๆ ไปด้วย จึงทำให้การทำเครื่องเขินของไทยเสื่อมไประยะหนึ่ง ประกอบกับในระยะหลัง ๆ นี้ มีของใช้สมัยใหม่ที่มีราคาถูกกว่าเครื่องเขิน เช่น เครื่องกระเบื้อง อะลูมิเนียม และพลาสติกเกิดขึ้นมา เครื่องเขินที่เคยเป็นของใช้ในชีวิตประจำวันก็ค่อย ๆ ถูกลดการใช้งานไปผู้ที่ยังคงทำเครื่องเขินอยู่ก็เหลือเพียงแต่ผู้ที่ดำเนินงานสืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษ และถือเป็นงานอดิเรกที่ทำในยามว่างหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว อีกทั้งยังเป็นการทำแบบชาวบ้าน ไม่มีการพัฒนา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจึงได้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาหัตถกรรมเครื่องเขิน เพื่อให้วัฒนธรรมนี้ได้คงอยู่ต่อไป ซึ่งศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคเหนือก็ได้มีการพัฒนากรรมวิธีการผลิต การทำลวดลาย การค้นคว้าวิจัยรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ไปเป็นอันมาก ได้ช่วยแก้ไขปัญหา อุปสรรค ให้คำแนะนำและฝึกอบรมด้านเทคนิควิชาการแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องเขินในท้องที่ภาคเหนือ ส่งเสริมและสนับสนุนอย่างสม่ำเสมอ ทำให้อาชีพการทำหัตถกรรมเครื่องเขินได้รับการพัฒนาขึ้นให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบันหลักการและขั้นตอนในการผลิตเครื่องเขิน โดยสรุป มีดังนี้
1. การทำโครงเครื่องเขิน
2. การเลือกชนิดและแบบของเครื่องเขิน
3. การลงรัก
(1) ขั้นเตรียมการ
1) สมุกอุดเนื้อไม้หรือสมุกยาร่อง
2) สมุกหยาบ
3) สมุกละเอียด
(2) ขั้นการทารัก
1) การทารักชั้นแรก
2) การทารักชั้นกลาง
3) การทารักชั้นสุดท้าย
4) การตกแต่งในขั้นสุดท้าย (การตกแต่งลวดลายลงบนเครื่องเขิน)
การตกแต่งลวดลายลงบนเครื่องเขินที่เป็นแบบของไทยแท้ มี 2 แบบ คือ การเขียนลายขุด และการเขียนลาย ปิดทองรดน้ำ ส่วนการตกแต่งแบบอื่น ๆ นั้นก็เป็นการนำเอาวัสดุ เช่น เปลือกไข่ เกล็ดมุกมาตกแต่งหรือประดับเป็นลวดลาย มีการนำเอาเทคนิครักสีมาใช้ทำให้เครื่องเขินมีสีสันแปลกตาแตกต่างออกไป มีการนำเอาสีอะครีลิคมา
ใช้เขียนสีบนผลิตภัณฑ์เครื่องเขิน นอกจากนี้ก็มีการนำเอาเทคนิคการตกแต่งผลิตภัณฑ์เลียนแบบของเก่ามาใช้อีก
ด้วยในปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่า มีการทำผลิตภัณฑ์เครื่องเขินหลายแบบดังนี้
1. เครื่องเขินลายขุด คือ การขุดพื้นรักลงไปทำรูปภาพลวดลายโดยใช้เหล็กแหลม
2. เครื่องเขินลายปิดทองรดน้ำ คือ การใช้พู่กันเขียนภาพด้วยน้ำยาหรดาลและปิดทองหรือเงิน แล้วล้างน้ำ
ให้เห็นเป็นรูปลวดลายต่าง ๆ ให้ความสวยงามและดูสูงค่าดูมีราคากว่าเครื่องเขินประเภทอื่น ๆ
3. เครื่องเขินรักสี คือ การนำรักสีต่าง ๆ มาทาบนชิ้นงาน ทำให้เกิดลวดลายสวยงามและมี สีสันแปลกตา
4. เครื่องเขินประดับเปลือกไข่ คือ การนำเปลือกไข่ไก่ เปลือกไข่เป็ดหรือเปลือกไข่นกกระทามาแปะติด
เป็นลวดลายและรูปร่างที่สวยงามบนชิ้นงาน โดยเน้นความงามที่แปลกตาของลายแตกเปลือกไข่
5. เครื่องเขินประดับหอยมุก คือ การใช้หอยมุกมาตัดฉลุให้ได้ลวดลายประกอบกันเป็นภาพ เป็นลายบน
ชิ้นงาน
6. เครื่องเขินเขียนสี คือ การนำเอาสีอะครีลิคมาใช้กับเทคนิคต่าง ๆ ทำให้เกิดลวดลายบนชิ้นงาน
7. เครื่องเขินเลียนแบบของเก่า คือ การนำชิ้นงานมาทาทับด้วยดินโคลนหรือน้ำผสมซิเมนต์ ผงแล้วเช็ดออก               ส่วนที่ติดหลงเหลืออยู่จะทำให้ดูเหมือนเป็นของโบราณหรือของเก่า

รูปทรง ประโยชน์ใช้สอยและลวดลายที่ใช้ตกแต่งบนผลิตภัณฑ์เครื่องเขิน

เครื่องเขิน เป็นหัตถกรรมพื้นบ้านชนิดหนึ่ง เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอยมิได้อาศัยเครื่องจักรทำด้วยฝีมือตนเอง จะเป็นการเลียนแบบจากสิ่งที่พบเห็นหรือตามความต้องการที่จะนำไปใช้งาน และการตกแต่ง ประดับประดาให้สวยงามตามความเหมาะสม เช่น ตลับ ถาด แจกัน ขันน้ำ แอบยา กล่องใส่ยาเส้น เชี่ยนหมาก เป็นต้นรูปทรงของเครื่องเขินเป็นการกำหนดรูปแบบของวัตถุด้วยการออกแบบ หรือสิ่งที่ผลิตขึ้นให้ได้ซึ่งความต้องการของผู้ใช้สอย ความบันดาลใจของผู้ผลิต ที่มีรูปลักษณะ รูปร่าง รูปทรงของเครื่องเขินมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน สิ่งแวดล้อมมีส่วนสำคัญในการกำหนดการออกแบบรูปทรง อันประกอบด้วยความงาม ความรู้สึก และ
การขึ้นรูปด้วยมืออย่างมาก งานเครื่องเขินจึงได้รับการพัฒนาให้มีคุณค่าทั้งการผลิต การออกแบบและรูปทรงต่าง ๆ การสร้างรูปทรงของเครื่องเขินแตกต่างกันไปตามประโยชน์ใช้สอยของเครื่องเขินแต่ละชนิด ซึ่งถือได้ว่า เป็นลักษณะพิเศษไม่เหมือนเครื่องใช้ของไทยอย่างอื่น สิ่งที่น่าสนใจอย่างมาก คือ รูปแบบต่าง ๆ ตามหน้าที่ใช้สอย
และการเน้นฝีมือการช่าง ความคิดสร้างสรรค์ที่ใช้วัสดุพื้นบ้านมาใช้ให้เป็นประโยชน์เพื่อการดำรงชีวิตประจำวัน
ได้เป็นอย่างดีงานเครื่องเขินเป็นลักษณะงานหัตถกรรมและศิลปหัตถกรรม ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันและมีความ
แตกต่างกัน ช่างหัตถกรรมมีความสามารถเชิงศิลปะสูง สามารถสร้างงานให้มีความงดงามเป็นที่ประทับใจแก่่ผู้ใช้ผู้ชม อาจถือได้ว่างานหัตถกรรมนั้นเป็นงานศิลปหัตถกรรมมากกว่า  จะทำเพื่อใช้งานเท่านั้น ดังนั้นงานเครื่องเขินจึงประดิษฐ์ขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอย   ความงามและทั้งขบวนการผลิต การสร้างสรรค์ ซึ่งได้รับการ ปรับปรุงเพื่อให้เกิดความประสานสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้ใช้ปัจจุบัน  รูปทรงของผลิตภัณฑ์เครื่องเขินจึงมีบทบาทควบคู่กับหน้าที่ใช้สอยของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทอย่างมาก ดังนั้นคุณสมบัติและหน้าที่ใช้สอยของ รูปทรงผลิตภัณฑ์จึงจัดแบ่งออกได้ 4 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้
1. เครื่องเขินที่มีรูปทรงเพื่อบรรจุของเหลว เช่น กระบอก กระป๋อง ขวด ถ้วย จาน ชาม โถ ตลับ แจกัน เป็นต้น
2. เครื่องเขินที่มีรูปทรงเพื่อบรรจุของแข็ง เช่น กล่อง ตลับ หีบ กลัก ถ้วย จาน โถ ตู้ ถาด เป็นต้น
3. เครื่องเขินที่มีรูปทรงเพื่อการประดับตกแต่งกาย เช่น กำไล ต่างหู สร้อยคอ หวี งอบ หมวก เป็นต้น
4. เครื่องเขินที่มีรูปทรงเพื่อการใช้สอยตกแต่งอาคารบ้านเรือน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เตียง ตั่ง ชิ้นงานแกะสลัก
ต่าง ๆ เป็นต้น
ในงานเครื่องเขิน พอที่จะแบ่งแยกที่มาของรูปทรงได้ คือ รูปทรงธรรมชาติ รูปทรงเรขาคณิต รูปทรงประดิษฐ์
และรูปทรงอิสระรูปทรงธรรมชาติ ได้แก่ รูปทรงจากพืชพรรณไม้ และรูปทรงจากสัตว์รูปทรงเรขาคณิต ได้แก่ รูปทรงกระบอก รูปทรงสี่เหลี่ยม รูปทรงกลม รูปทรงหกเหลี่ยม รูปทรงรี รูปทรงแปดเหลี่ยม และรูปทรงสามเหลี่ยมรูปทรงประดิษฐ์ เป็นรูปทรงที่เกิดจากจินตนาการของนักออกแบบโดยดัดแปลงมาจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวรูปทรงอิสระ เป็นลักษณะของรูปทรงที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมา มีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปตามความคิดฝันของผู้ออกแบบอาจจะมีความคล้ายคลึงกับธรรมชาติเดิมของวัตถุนั้น ๆ เช่น คลื่นน้ำ หยดน้ำ เป็นต้นความหลากหลายในรูปลักษณ์ของลายที่ปรากฏบนงานเครื่องเขิน สามารถแบ่งแยกจัดหมวดหมู่ได้ตามลักษณะที่เรียกขานกันทั่วไปได้ดังนี้
1. ประเภทลายประดิษฐ์ ได้รับความบันดาลใจจากลายไทยซึ่งเป็นศิลปะประจำชาตินำมาออกแบบให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์เครื่องเขินและประโยชน์ใช้สอย
2. ประเภทลายเลียนแบบธรรมชาติ ได้แก่ ลายดอกไม้ ลายภาพสัตว์และภาพทิวทัศน์
3. ประเภทเรื่องราวเกี่ยวกับวรรณคดี ชาดก ศาสนา และความเชื่ออื่น ๆ
4. ประเภทเบ็ดเตล็ด มีการเขียนลวดลายลงบนผลิตภัณฑ์ที่เป็นรูปทรงตัวสัตว์ต่าง ๆ โดยลวดลายเหล่านี้
ได้รับอิทธิพลจากลายไทย แต่ดัดแปลงให้ดูง่าย

Tags: , ,

แสดงความคิดเห็น







กรอกอีเมล์เพื่อรับข้อมูลข่าวสารส่งตรงเข้าเมล์ของคุณ: จำนวนผู้ติดตามบล็อกนี้ :