25
Jun
Author: thailand wood / Category:
workshop

การจัดห้องทำงานช่างไม้
เกือบทุกจุดในบ้านจัดเป็นเวิร์คช็อปได้ หากมีความคิดสร้างสรรค์ และมีการวางแผนที่ดี ควรคิดถึงประเภทงานที่จะทำมากที่สุด และจัดเวิร์ช็อปให้สอดคล้องกับงานนั้น
ควรจัดเครื่องมือให้หยิบใช้ง่ายไม่เกะกะ แผ่นไม้อัดเจาะรูช่วยให้แขวนเครื่องมือได้เป็นระเบียบ ทั้งยังแขวนได้มากและหยิบง่ายด้วย แต่ถ้าเป็นตู้แขวนที่มีประตูล็อกได้ จะช่วยเก็บรักษาเครื่องมือ และป้องกันการหยิบไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
โต๊ะทำงาน เป็นหัวใจของเวิร์คช็อป โต๊ะชนิดลอยตัวดีที่สุด เพราะทำงานได้โดยรอบโต๊ะ และมั่นคงแข็งแรง รอบๆ โต๊ะต้องให้โล่งเพื่อจะทำงานได้สะดวก และว่างพอทำงานขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เครื่องมือยึดส่วนต่างๆ ไว้อย่างแน่นหนา ถ้ามีพื้นที่จำกัด โต๊ะชนิดพับได้ หรือมีขายตามท้องตลาดก็พอใช้ได้
การให้แสงสว่าง หลอดฟลูออเรสเซนซ์ติดที่ฝ้าเพดาน จะให้แสงสว่างทั่วถึงทั้งมีราคาไม่แพง ส่วนการให้แสงสว่างเฉพาะจุดที่ทำงาน ให้ใช้โคมติดฝ้าเฉพาะจุด หรือโคมไฟชนิดมีที่หนีบ เพราะเคลื่อนย้ายได้สะดวก
อย่าให้ห้องรก ให้ยึดกฏว่า มีที่เก็บทุกสิ่ง และทุกสิ่งควรอยู่เป็นที่ จัดเวิร์กช็อปให้มีเครื่องมือทุกอย่างที่จะต้องใช้ทำงานนั้นๆ อยู่ในตำแหน่งที่หยิบฉวยได้สะดวก
เครื่องมือไฟฟ้าที่เคลื่อนย้ายยาก ควรจัดให้อยู่ในบริเวณกว้างพอที่จะทำงานได้เต็มที่ และรัศมีโดยรอบไม่ควรมีสิ่งกีดขวางการทำงาน หรือร่วงใส่ เครื่องมือแต่ละชิ้นควรต่อเข้ากับวงจรไฟฟ้าที่เหมาะสม และมีฟิวส์ติดตั้งในตัว
เครื่องมือไฟฟ้าทุกตัวควรระวังเรื่องฝุ่นละอองให้ดี ควันจากสารเคมีเป็นอันตรายเช่นกัน
ความปลอดภันในการใช้อุปกรณ์
ภายในเวิร์คช็อป ล้วนแต่มีเครื่องมือหนัก และอุปกรณ์แหลมคม เสียงดัง กำลังสูง ร้อน และติดไฟได้ เพื่อความปลอดภัยควรศึกษาวิธีใช้และเลือกใช้งานให้เหมาะสม
18
Jun
Author: thailand wood / Category:
Advertise
มาตรฐานไม้
มาตรฐานของไม้ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของกระทรวงอุตสาหกรรมหรือ มอก. ในปัจจุบันมีดังนี้
1. มอก.421 –2525 หมายถึง ไม้แปรรูปและข้อกำหนดทั่วไป
2. มอก.422 –2525 หมายถึง ไม้สักแปรรูป
3. มอก.423 –2525 หมายถึง ไม้กระยาเลยแปรรูป
4. มอก.424 –2525 หมายถึง ไม้แปรรูปสำหรับงานก่อสร้างทั่วไป
5. มอก.497 –2526 หมายถึง ไม้แปรรูปอบ
6. มอก.516 –2527 หมายถึง ไม้อัดน้ำยา CCA
ซึ่งในมาตรฐานดังกล่าวจะมีหัวข้อที่กล่าวมาถึงคือ
1. ขอบข่าย
2. บทนิยาม
3. ชั้นคุณภาพ
4. วัสดุและการทำ
5. คุณลักษณะที่ต้องการ
6. เครื่องหมายและฉลาก
7. การชักตัวอย่างและเกณฑ์ตัดสิน
Read more…
17
Jun
Author: thailand wood / Category:
Thailand wood
การจำแนกประเภทของไม้
ไม้จำแนกแบ่งเป็นไม้เนื้ออ่อน (saftwood) ซึ่งปกติจะเป็นไม้ใบแคบและไม้เนื้อแข็ง (hardwood) ซึ่งเป็นไม้จากต้นไม้ใบกว้างอย่างไรก็ตามในปัจจุบัน เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงแยกประเภทของไม้ตามหนังสือของกรมป่าไม้ที่ กส.0702/6679 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2517 ดังนี้คือให้แบ่งไม้ออกเป็น 3 ประเภท โดยถือเอาค่าความแข็งแรงในการดัดของไม้แข็งและความทนทานตามธรรมชาติของไม้ นั้นๆ เป็นเกณฑ์ตามตาราง ดังนี้
ความแข็งแรงของไม้และความต้านทานของไม้
| ประเภทไม้ |
ความแข็งแรง (kg.cm 2 ) |
ความทนทาน ( ปี ) |
| ไม้เนื้อแข็ง |
> 1000 |
> 10 |
| ไม้เนื้อแข็งปานกลาง |
600 – 1000 |
2 – 10 |
| ไม้เนื้ออ่อน |
< 600 |
< 2 |
Read more…
Comments Off /
Add Comment
16
Jun
Author: thailand wood / Category:
Advertise

พื้นไม้ปาร์เก้
Parke Wood Flooring
ไม้ปาร์เก้ ก็คือไม้ชิ้นเล็กๆที่เอามาต่อกันด้วยกาวหรือเข้าลิ้น แล้วก็ปูพื้น ห้องต่างๆในบ้านเรา หากปาร์เก้นั้นทำด้วยไม้ชิ้นเล็กๆประมาณ ๑.๕ x ๑๐ ซม. แล้วเอามาต่อกันให้เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดประมาณ ๑๐ x ๑๐ ซม. แล้วก็เอา แผ่นสี่เหลี่ยมเล็กๆนี้ติดกาวบนแผ่นกระดาษเรียงกันเป็นขนาดประมาณ ๓๐ x ๓๐ ซม.ก็จะเรียกว่า "ปาร์เก้ต์โมเสก" แต่ถ้าเป็นชิ้นขนาดประมาณ ๕ x ๓๐ ซม. มาไสลิ้น ร่องทางด้านข้าง แล้วก็วางเรียงเข้าลิ้นกันปูพื้น ก็จะเรียกปาร์เก้ต์ชนิดนี้ว่า "ปาร์เก้ต์ เข้าลิ้น" ราคาจะแพงกว่าปาร์เก้ต์โมเสก แต่ตอนนี้มีศัพท์ใหม่หรือวัสดุใหม่ก็ได้เข้ามาในวงการก่อสร้างบ้านเรา เป็น ไม้ปาร์เก้ต์เหมือนกันซึ่งไม่ได้เรียกว่าปาร์เก้ต์โมเสกหรือปาร์เก้ต์เข้าลิ้น แต่เรียกว่า ปาร์เก้สำเร็จ
ซึ่งราคาก็มักจะแพงกว่าปาร์เก้เข้าลิ้นธรรมดาไปเสียอีก หลายท่าน จึงสงสัยว่าเจ้าปาร์เก้สำเร็จนี้คืออะไร ก่อนที่จะอธิบายว่าปาร์เก้ต์สำเร็จคืออะไร อยากจะให้พวกเราหลับตานึก ภาพถึงวิธีการปูปาร์เก้เสียก่อนว่าเขาทำอย่างไรกัน การจะปูปาร์เก้ต์จะต้องเตรียม พื้นผิวให้ได้ระดับเนี๊ยบมากๆ แล้วก็ปูปาร์เก้ลงที่พื้นโดยใช้กาวประสาน ทิ้งไว้จน กาวแห้ง แล้วก็เอาเครื่องขัดมาขัดหน้าไม้ เมื่อขัดเรียบร้อยแล้วก็ทาเคลือบทับหน้า ไม้ด้วยแลคเกอร์ วานิช หรือยูริเทน ซึ่งเมื่อมองภาพรวมแล้วจะพบว่า การจะปู ปาร์เก้ให้สำเร็จเสร็จสิ้นนั้นมีหลายขั้นตอน ใช้เวลาไม่น้อย และยังมีความสกปรก เลอะเทอะเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำระดับปูนทราย การติดกาว การขัดผิวหน้าไม้ ให้เกิดฝุ่น และการทาเคลือบทับหน้า ทำให้หลายท่านอาจจะเบื่อกับวิธีการที่อาจ จะยุ่งยากนี้บ้าง จึงได้มีผู้นำ ปาร์เก้สำเร็จ มาสู่ท้องตลาด ปาร์เก้ต์สำเร็จจะเป็น ชิ้นไม้ที่ติดกันเป็นแผงเรียบร้อย ขัดหน้าแล้ว ทาเคลือบทับหน้าไว้เรียบร้อยแล้ว เวลาจะติดตั้งก็ไม่ต้องปรับพื้นคอนกรีตให้เนี๊ยบมาก ใช้ไม้อัดหรือแผ่นยางปูบนพื้น คอนกรีต แล้วก็เอาแผ่นปาร์เก้ต์สำเร็จปูทับลงไปเหมือนกับการปูพรมแผ่น อัดให้ แนบสนิทติดกัน ก็ถือว่าเป็นอันเรียบร้อย ซึ่งจะสิ้นเปลืองเวลาน้อยลง เกิดความยุ่ง ยากน้อย มีมลภาวะน้อย แต่ราคาจะแพงกว่าปาร์เก้ต์ปกติ ความคงทนน้อยกว่า
source: www.elib-online.com
photo : สหการช่างประดิษฐ์ไม้
http://www.weloveshopping.com/shop/shop.php?shopid=26397
15
Jun
Author: thailand wood / Category:
furniture tips
การดูแลรักษาเนื้อไม้
ไม้เป็นวัสดุธรรมชาติ ดังนั้นย่อมชำรุดเสียหายไปตามธรรมชาติ สภาพแวดล้อม แสงแดด ความชื้น การกัดกินของแมลง ดังนั้นการดูแลรักษาที่ถูกต้องจึงมีความจำเป็น ไม้ที่ได้รับการปกป้องดูแลที่ดี สามารถใช้งานได้หลายชั่วอายุคน
ไม้ที่แปรรูปออกจากโรงเลื่อย ดูไม่น่าสนใจ จนเมื่อผ่านกระบวนการทำสีและตกแต่งผิวแล้ว จึงขับความสวยงาม และคุณค่าที่มีอยู่ในเนื้อไม้ได้เด่นชัด ในสมัยก่อนช่างไม้ได้นำเอาวัสดุธรรมชาติ เช่นขี้ผึ้ง นำมันจากไม้บางชนิด มาใช้ตกแต่งผิว ปัจจุบัน ได้มีการคิดค้นวัสดุทั้งจากธรรมชาติ และจากการสังเคราะห์ที่ดีนำมาใช้เคลือบผิวและตกแต่งสี ทำให้เพิ่มคุณค่าทั้งความงามและสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น
ขั้นตอนในการทำสีและตกแต่งผิว จะต้องพิถีพิถัน พื้นผิวต้องสะอาด ขัดผิวอย่างดี ปราศจากรอยตำหนิ ขั้นตอนการทำสีและตกแต่งผิวมีหลายแบบ ดังนี้
- การย้อมสีด้วยน้ำยา วู๊ดสเตน ป้องกันแสงแดด และน้ำซึมเข้าเนื้อไม้
- การตกแต่งผิวด้วยน้ำยา วาร์นิช แล็กเกอร์ เชลแลก เพื่อขับลายไม้
ก่อนจะทาน้ำยา ต้องเตรียมพื้นผิวให้เรียบ วัสดุที่นำมาเตรียมพื้นผิวควรใช้ให้เหมาะสมได้แก่
ดินสอพอง มีลักษณะดินสีขาว เป็นก้อนหรือเป็นผง ผสมกับน้ำเพื่อให้นิ่ม ใช้อุดร่องเสี้ยน หรือลงพื้น
- สารกันซึมหรือซีลเลอร์ ใช้เคลือบรองพื้นวัสดุที่มีรูพรุน หรือใช้เคลือบวัสดุที่อาจปล่อยสารบางประเภท ออกมาทำให้ฟิลม์ของวัสดุเคลือบเสียหาย สารกันซึมถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เดิมช่างใช้เชลแล็กเป็นตัวเคลือบผิว
- ฟิลเลอร์ ทำหน้าที่คล้อยดินสอพองอุดร่องไม้และอุดรอยแตกต่างๆ สามารถผสมกับสีย้อม สีฝุ่น ดินสี พื่อให้ได้สีตามต้องการ สามารถขัดถูด้วยกระดาษทรายเพื่อให้ผิวเรียบได้ง่าย
เมื่อเตรียมพื้นผิวได้ดีแล้ว ก็เลือกใช้วัสดุเคลือบผิวที่จะทำให้ไม้สวยงามและทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ ได้แก่
- แลกเกอร์ มีทั้งชนิดเงาและด้าน ใช้งานง่าย ทนต่อสภาพภูมิอากาศ และการขูดขีด
- เชลแล็ก เป็นน้ำยาทาไม้ชนิดหนึ่งให้ความสวยงาม ทนทาน
- วาร์นิช หรือน้ำมันชักเงา ใช้ทาชิ้นงานเพื่อให้เกิดเงางาม ใส สวยงาม มักใช้กับเฟอร์นิเจอร์ เครื่องเรือน
Comments Off /
Add Comment