เลือกซื้อเก้าอี้

Author: thailand wood / Category: Thai Furniture Tip

วิธีเลือกซื้อเก้าอี้ และคุณลักษณะต่างของเก้าอี้

source:  smart buy ของนิตยสารRoom by ไทย ออฟฟิศ เฟอร์นิเจอร์

ถ้าคุณมีงบประมาณสักหน่อย และต้องการเก้าอี้ที่มีคุณภาพ ควรเลือกดูแบบที่มีระบบแก๊ส สังเกตง่ายๆ คือ เวลานั่งจะรู้สึกว่าเก้าอี้เด้งได้ กระบอกแก๊สที่ดีต้องสามารถรับการน้ำหนักได้พอดีกับตัวเรา ถ้ามีความสามารถในการรับน้ำหนักได้มากก็จะไม่ยุบตัว แต่ถ้าน้อยเกินไปก็จะยุบตัวและไม่เด้งกลับ เก้าอี้ดีๆ บางรุ่นนั้นสามารถปรับระดับแก๊สมากหรือน้อยได้ตามต้องการ

แบบมีล้อหรือไม่มีล้อ เลือกอย่างไรให้เหมาะสม

จะเลือกใช้แบบไหนก็ต้องกลับมาดูพฤติกรรมการทำงานของคุณก่อน ถ้าเป็นคนที่ทำงานอยู่กับที่ ไม่เคลื่อนตัวไปไหนมากนัก แบบไม่มีล้อและหมุนได้อย่างเดียวก็จะน่าพอแล้ว แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบความคล่องตัวและมักขยับตัวไปโน่นมานี่อยู่บ่อยๆ ใช้แบบมีล้อจะเหมาะสมกว่า

นอกจากนี้ต้องเลือกล้อให้ดีๆ ด้วย โดยในปัจจุบันมีล้ออยู่ 3 ประเภท คือ

1. ล้อที่ใช้กับพื้นไม้อย่างเดียว

2. ล้อที่เหมาะใช้กัพื้นพรม

3. ล้ออเนกประสงค์ที่ใช้ได้ทั้งพื้นไม้และพื้นพรม

แนะนำให้เลือกแบบที่ 3 จะเหมาะที่สุด เพราะเผื่อคุณอยากจะย้ายส่วนทำงานไปยังห้องต่างๆ ก็จะได้ไม่เป็นปัญหาภายหลัง

**(ลักษณะฐานเก้าอี้แบบไม่มีล้อจะมีปุ่มยางอยู่ที่ฐานเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยขีดข่วนเวลาลากเก้าอี้ไปมา ส่วนแบบมีล้อนั้น ในท้องตลาดโดยทั่วไปจะเป็นแบบอเนกประสงค์ โดยที่ตัวล้อจะมียางเคลือบอยู่ เพื่อไม่ให้พื้นเกิดรอยขีดข่วนเช่นกัน)

เก้าอี้ที่ดีมี พนักพิง อย่างไร

ถ้าแบ่งตามความสูงของพนักพิงจะมี 3 แบบ คือ

พนักพิงที่ต่ำกว่าไหล่ (Row Back)

พนักพิงที่สูงเสมอไหล่ (Mid Back)

พนักพิงที่สามารถรองรับคอได้ (Height Back)

ซึ่ง จะเลือกแบบไหนก็แล้วแต่ความชอบและความหรูหรา อย่างถ้าเป็นองค์กรต่างๆ ก็จะเลือกตามตำแหน่งหน้าที่ของพนักงาน แต่สำหรับใช้ที่บ้าน เราก็เลือกตามรูปแบบดีไซน์ที่ถูกใจได้…ไม่มีปัญหา

เก้าอี้ดีๆ เวลานั่งแผ่นหลังต้องชิดกับพนักพิง โดยต้องรองรับแนวกระดูกสันหลังส่วนกลาง (Lumbar Support) เมื่อเราพิงพนักน้ำหนักตัวจะถูกถ่ายไปอยู่ที่พนัก ไม่ ใช่ที่ส่วนก้น ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ เมื่อเราไม่พิงพนักแล้ว พนักจะต้องยื่นมาด้านหน้าเล็กน้อย เพราะเวลานั่งทำงานตัวเราจะต้องโน้มมาด้านหน้า ซึ่งพนักจะช่วยรองรับแผ่นหลังของเราได้พอดี……..

วัสดุ “ ไส้ใน ” ของเบาะต่างกันอย่างไร

เบาะ ที่เรานั่ง ภายในจะมีฟองน้ำหรือโฟมหลาย ๆ แบบ ตั้งแต่ราคาถูกมากๆ จนถึงราคาแพงลิ่ว เก้าอี้ที่ราคาถูกฟองน้ำจะเหมือนกับที่เราใช้ล้างจาน คือมีรูพรุนขนาดใหญ่ ใช้ไปสักพักจะยุ่ยและหายไป ที่ระดับราคาปานกลางดีขึ้นมาหน่อย จะเป็นโฟมที่มี

ความหนาแน่นสูง (High Density Foam หรือ Molded Foam) คือมีความแข็งมากขึ้น ไม่ยุบตัวหรือเปื่อยยุ่ยง่าย สำหรับโฟมที่ดีที่สุด เรียกว่า Memory Foam มี คุณสมบัติเหมือนฟองน้ำที่ใช้ทำเตียงราคาแพง จะยุบตัวลงเมื่อรับน้ำหนักตัวเราและห่อหุ้มขาเพื่อป้องกันการกดทับของเส้น เลือดที่ขาจากการนั่งนาน ๆ ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีอยู่เสมอ แต่ราคาอาจจะแพงกว่าแบบทั่วไปสักหน่อย

วัสดุหุ้ม มีอะไรบ้าง คุณสมบัติต่างกันอย่างไร

วัสดุหุ้มมีอยู่ 4 อย่าง คือ ผ้า หนังเทียม หนังแท้ และเป็นตาข่าย (แบบไม่ต้องหุ้ม) คุณสมบัติของหนังแท้และหนังเทียมนั้นไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่หนังแท้จะให้ความสวยงามและคงทนกว่า สำหรับ ความแตกต่างระหว่างผ้ากับหนังนั้น (ทั้งแท้และเทียม) หนังจะทำความสะอาดและดูแลรักษาได้ง่ายกว่าผ้า แต่เวลานั่งอาจจะรู้สึกร้อนและไม่สบายตัวเพราะระบายอากาศได้ไม่ดีเท่าผ้า แถมผ้าเองก็ยังเล่นลายและมีสีให้เลือกเยอะกว่า ส่วนตาข่ายจะเน้นดีไซน์ที่เรียวบางดูทันสมัย และยังระบายอากาศได้ดีอีกด้วย

TIP ปัจจุบันมีผ้าหลายเกรด ทั้งที่เป็นเส้นใยสังเคราะห์ประเภท ซินเทติก (Synthetic) ซึ่งดูแลรักษาง่าย เพราะไม่ซับน้ำเหมือนเส้นใยธรรมชาติ แต่เวลาของหกใส่ต้องรีบซับเพื่อไม่ให้ซึมเข้าไปถึงชั้นโฟม เพราะโฟมจะซึมน้ำไว้ทำให้เช็ดไม่ออก ถึงตอนนั้นแล้วจะใช้ผ้าหุ้มแบบไหนก็คงช่วยอะไรไม่ได้นะ

โครงสร้างเก้าอี้มีกี่แบบ

โครงสร้างเก้าอี้เป็นตัวบอกถึงความคงทน น้ำหนัก รวมไปถึงความสวยงาม ทั่วไปมีอยู่ 3 แบบ คือ

1. โครงสร้างไม้อัด โดยขึ้นรูปทั้งตัวแล้วกรุโฟมทับ มักจะเป็นรูปร่างพิเศษ ดีไซน์สวย

2. โครงสร้างพลาสติก มีน้ำหนักเบาที่สุด แต่ไม่คงทนเท่าแบบอื่นๆ

3. โครงเหล็ก มีน้ำหนักมากที่สุด ทนทาน แต่อาจมีข้อจำกัดในการขึ้นรูปดีไซน์ยาก ๆ

ตัวโครงของเก้าอี้ไม่ใช่ปัจจัยหลัก ๆที่ช่วยในการตัดสินใจซื้อ อาจต้องดูปัจจัยอื่นเสริมด้วย เช่น รูปแบบ งบประมาณ ความชอบ และที่สำคัญตัวโครงที่ขึ้นรูปต้องทำให้นั่งสบายด้วย

เท้าแขน

มีทั้งแบบ พลาสติก และแบบยาง โดยทั่วไปต้องมีขนาดใหญ่กว่าสองนิ้วครึ่งและสามารถปรับระดับได้ เพื่อให้เข้ากับระดับสรีระของแต่ละคน ทั้งเลื่อนขึ้นลงและกางออกสำหรับคนตัวใหญ่ ส่วนนวมนิ่ม ๆ ตรงที่เท้าแขนก็ควรจะต้องยืดหยุ่นสักหน่อย เพื่อไม่ให้กดทับเส้นเลือดเวลาวางมือตอนพิมพ์ดีด แต่สำหรับคนที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้งานคอมพิวเตอร์มาก ๆ อาจไม่ต้องมีที่เท้าแขน หรือมีเท้าแขนแบบไม่มีที่ปรับระดับก็ได้

ก่อน ตัดสินใจ ซื้อ

ขั้นที่ 1 ลองเลือกดูดีไซน์ที่คุณชอบ เปรียบเทียบงบประมาณกับราคา สำหรับวัสดุไส้ในที่เราไม่สามารถมองเห็นได้นั้น ตั้งข้อสังเกตเบื้องต้นง่ายๆ ว่า ถ้าเก้าอี้ราคาถูกมากๆ โฟมข้างในก็น่าจะไม่ใช่โฟมที่มีความหนาแน่นสูง หรือ Memory Foam

ขั้นที่ 2 ทดลองนั่ง และปรับระดับต่าง ๆ ว่าเข้ากับสรีระของคุณหรือไม่ คือ หลังด้านล่างต้องชนกับพนัก เท้าวางได้ราบเสมอกับพื้น เท้าแขนวางแล้วมือเสมอกับข้อศอก

ขั้นที่ 3 สอบถามเรื่องวัสดุของเก้าอี้จากพนักงาน เพื่อจะได้ทราบคุณสมบัติพื้นฐานของเก้าอี้ว่าดีและเหมาะสมกับการใช้งานหรือไม่

ขั้นที่ 4 ลองยกเก้าอี้ เก้าอี้ที่ดีควรจะต้องหนัก เพราะเวลาพิงพนัก เราจะถ่าน้ำหนักหงายตัวไปด้านหลัง เก้าอี้จึงต้องมีฐานล้อที่กว้างกว่าลำตัว รวมถึงต้องแข็งแรงและหนักพอสมควร จึงจะไม่ทำให้เราหงายหลัง เก้าอี้ดี ๆ เราจะเอนได้จนเหมือนเกือบจะนอนได้ โดยที่มั่นใจได้ว่าจะไม่ล้มหรือหงายหลัง

การดูแลเฟอร์นิเจอร์โซฟา

Author: thailand wood / Category: Thai Furniture Tip

  • ให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นและใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาดเบา ๆ
  • โซฟาผ้าที่ถอดซักได้ แนะนำให้ทำการซักแห้งเท่านั้น เพื่อป้องกันการหดตัวของผ้า อีกทั้งเป็นการดูแลสีผ้าให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
  • กรณีที่เป็นเบาะหนัง PVC ให้ทำความสะอาดโดยใช้ผ้าชุบน้ำหมาด เช็ดทำความสะอาดและตามด้วยผ้าแห้งอีกครั้ง
  • เบาะ หนัง ถ้าต้องการให้หนังดูใหม่และขึ้นเงา อาจใช้น้ำยาหนังเช็ดทำความสะอาดได้ (แต่การใช้น้ำยาขัดหนังเป็นเวลานาน อาจทำให้หนังด้าน ไม่นุ่มเหมือนตอนซื้อใหม่)
  • ถ้าไม่สะอาดให้เทแชมพูดเด็กใส่ฟองน้ำสะอาดเช็ดทำความสะอาด โดยถูเบา ๆ ในจุดที่เกิดคราบจากนั้นใช้ผ้านุ่มชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดคราบแชมพู
  • กรณีมีคราบน้ำมันหรือไขมันติดให้ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ด
  • ในการใช้ยาขัดเฟอร์นิเจอร์ไม่ควรใช้ประเภท เช่น น้ำมัน ขี้ผึ้ง บ่อยๆ เพราะอาจจะทำให้ผิวเฟอร์นิเจอร์เกิดความเสียหายได้ง่าย
  • ในการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นผ้าฝ้าย ให้ใช้แปรงทาสีด้ามใหม่ปัดตามซอกมุมเฟอร์นิเจอร์ไปพร้อมกันกับการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ทุกครั้ง
  • วิธีลบคราบดวงๆ ที่ติดบนเฟอร์นิเจอร์คือ ให้ใช้จุกไม้ก๊อกถู ถ้าไม่ออกให้ใช้นิ้วมือแตะยาสีฟันผสมขี้เถ้าบูหรี่ถูอีกครั้ง จากนั้นใช้
    ผ้าชุบน้ำเช็ดรอยเปื้อนซ้ำอีกครั้ง

 

ดูแลรักษา เฟอร์นิเจอร์ไม้

Author: thailand wood / Category: Thai Furniture Tip

 

  • กรณีที่มีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเล็กน้อย ให้ใช้ไม้ปัดขนไก่ปัด หรือใช้ผ้าแห้งเช็ดออก
  • กรณี ที่มีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเกาะติดมาก ให้ใช้ผ้านุ่มชุบน้ำบิดให้แห้งแล้วเช็ดออก แล้วใช้ผ้าแห้งซับอีกครั้ง ไม่ควรเช็ดถูด้วยน้ำโดยตรง เพราะจะทำให้เกิดความชื้นบนผิวเฟอร์นิเจอร์ได้สูงขึ้น
  • วิธีขจัดรอยขีดข่วนบนเฟอร์นิเจอร์ไม้คือ ให้ใช้ผ้าแตะยาขัดรองเท้าที่สีเดียวกับไม้ แล้วถูตรงรอย แล้วใช้ผ้าขัดต่ออีกครั้ง
    รอยขีดข่วนก็จะหายไป
  • วิธีแก้ปัญหาเฟอร์นิเจอร์ไม้โป่งออกมาคือ ให้วางผ้าชื้นๆ ลงบนรอยที่โป่ง ใช้เตารีดร้อนๆ ทับบนผ้า จะทำให้คืนสู่สภาพเดิม
  • ในการใช้ยาขัดเฟอร์นิเจอร์ไม่ควรใช้ประเภท เช่น น้ำมัน ขี้ผึ้ง บ่อยๆ เพราะอาจจะทำให้ผิวเฟอร์นิเจอร์เกิดความเสียหายได้ง่าย
  • ควรจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อป้องกันการอับชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดเชื้อราและปลวก มอด
  • หลีกเลี่ยงการวางเฟอร์นิเจอร์ในจุดที่สัมผัสกับแสงแดดและที่ที่มีความชื้นสูง หรือไม่ควรวางเฟอร์นิเจอร์ไว้ใต้แอร์
  • ไม่ควรใช้สก็อตไบรท์ ในการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์
  • การเคลื่อนย้าย ควรใช้ช่างที่มีความชำนาญเท่านั้น
  • วิธีการแก้ปัญหาเก้าอี้หวายหย่อนคือ ถ้าอยากให้ตึงให้ล้างเก้าอี้หวายด้วยน้ำสบู่ร้อนๆ แล้วล้างน้ำสบู่ออก นำออกตากแดดกลาง แจ้งให้แห้ง หวายที่หย่อนจะตึงเหมือนเดิม

ทำความสะอาดแปรงทาสี

Author: thai furniture / Category: Thai Furniture Tip

แปรงทาสี

ทำความสะอาดแปรงทาสี

Thailand wood source

หลังจากการทาสีทุกครั้ง คุณควรล้างแปรง และลูกกลิ้งทาสีในทันที ไม่เช่นนั้น คุณจะจบลงด้วยการที่ต้องซื้อแปรง หรือลูกกลิ้งใหม่ทุกครั้ง แต่หากคุณไม่มีเวลาพอ อาจนำมันห่อถุงพลาสติกมัดให้แน่นหนาแล้วแช่ช่องแข็งไว้ก่อน และนำออกมาล้างทำความสะอาดทันทีที่มีเวลา

การทำความสะอาดแปรงทาสีที่ใช้งานในการทาสีพลาสติก หรือสีที่ใช้น้ำเป็นตัวทำละลายนั้นทำได้ง่าย เพียงนำมันไปล้างสีออกในน้ำเย็น จากนั้นนำมาล้างในน้ำสบู่อุ่นๆ อีกครั้งเป็นอันเสร็จ แต่กับแปรงที่ผ่านการใช้งานในการทาสีที่มีความมัน สีรองพื้น และสีน้ำมันต้องผ่านการล้างให้สะอาดด้วยน้ำมันสนก่อน จากนั้นจึงนำมาล้างด้วยน้ำสบู่อุ่นๆ อีกครั้ง เมื่อทำความสะอาดแปรงทาสีเรียบร้อยแล้ว อย่าได้แช่แปรงทิ้งไว้ในขวดน้ำ หรือวางปักหัวไว้ ให้ใช้หนังสติ๊กรัดขนแปรงให้ได้รูปแล้วแขวนไว้บนผนัง

ในกรณีของลูกกลิ้งทาสี ให้ปาดเนื้อสีออกให้หมดกับขอบของถาดทาสี แล้วนำไปกลิ้งบนกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ จากนั้นก็ล้างสีออกด้วยวิธีเดียวกับแปรง เมื่อล้างแล้วให้เปิดน้ำผ่านลูกกลิ้งขณะใช้มือบีบล้างจนน้ำใสสะอาด รีดน้ำออกให้หมด แล้วแขวนเก็บไว้เพื่อป้องกันลูกกลิ้งเสียหาย

การจัดวางโต๊ะทำงาน

Author: thailand wood / Category: Thai Furniture Tip

The Parallel Work Area

The Parallel Work Area

The Parallel Work Area

การจัดวางโต๊ะทำงาน แบบนี้ โต๊ะหลักและโต๊ะรองของคุณจะวางขนานกัน ทำให้คุณสารถที่จะหันหลังไปจากโต๊ะหลักไปทำงานพิมพ์ที่โต๊ะอีกตัวทางด้านหลังได้ แม้ว่าโต๊ะสองตัวนี้จะไม่ได้วางต่อด้านข้างกัน แต่คุณก็สามารถหันไปหยิบของได้อย่างสะดวก โต๊ะหลักของคุณอาจจะวางคอมพิวเตอร์ และเครื่องแฟกซ์ ส่วนโต๊ะอีกตัวด้านหลังอาจจะวางโทรศัพย์ เอกสารต่างๆ และสิ่งของอีกจิปาถะที่คุณจำเป็นต้องใช้ในทุกวัน ข้อเสียของการจัดโต๊ะแบบนี้ จะเป็นลักษณะเดียวกับการจัดโต๊ะแบบตัว L คือขาดพื้นที่ว่างในการทำงาน

U-Shape

U-Shape

การจัดแบบนี้ทำให้คุณสามารถหยิบจับสิ่งต่าง ๆ ได้ถึง 3 มุม คือมุมด้านหน้า ด้านซ้ายและขวา คุณอาจจะวางคอมพิวเตอร์ และเครื่องเคราทางอิเล็คโทรนิคส์ต่าง ๆไว้ทางด้านซ้ายมือของคุณ ส่วนทางด้านขวาอาจจะวางชั้นเอกสารต่าง ๆ เครื่องโทรสารหรือแม้แต่โทรศัพย์ที่เป็นแบบ Answering Machine หรือถ้าคุณมีโทรศัพท์อีกเครื่องก็สามารถวางไว้ตรงด้านหน้าได้อีกด้วย จะเห็นว่าการจัดวางแบบนี้เหมาะกับผู้ที่มี อุปกรณ์ทางการสื่อสารและเอกสารที่จำเป็นต้องใช้มากพอสมควร ประกอบกับมีเนื้อที่ในการจัดวางมากพอ การจัดวางให้เป็นรูปตัว U นั้นก็ทำได้โดยการหาโต๊ะที่ได้มาตราฐานสักตัว หรืดโต๊ะสำหรับวางคอมพิวเตอร์ แต่สิ่งที่ควรเลี่ยงในการจัดโต๊ะแบบนี้คือ การจัดให้มีสไตล์ที่หลากหลายมากเกินไป

L-Shape

L-Shape

L-Shape

การจัดโต๊ะทำงานเป็นรูปตัว L ทำให้คุณสามารถนำอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์หรือพริ้นเตอร์วางไว้ด้านข้างได้ โดยขจัดปัญหาความเกะกะของอุปกรณ์เหล่านี้ อีกทั้งยังทำให้คุณมีพื้นที่ว่างพอที่จัเขียนงานหรือวางข้างของที่ต้องหยิบใช้บ่อย ๆ ประโยชน์จากการจัดโต๊ะรูปตัว L คือการได้ลิ้นชักที่มีมากขึ้น ส่วนข้อเสียคือขาดพื้นที่ว่างในการทำงาน ถ้าคุณมีพื้นที่มากกว่านี้ ควรจะเพิ่มเนื้อที่ของโต๊ะทำงานให้เป็นลักษณะตัว U ยังไงก็ตาม ถ้าการเพิ่มเนื้อที่เพื่อจะมาวางของใช้ที่ไม่จำเป็น จัดโต๊ะเป็นรูปตัว L ก็ลงตัวดีอยู่แล้ว เฟอร์นิเจอร์สำหรับการจัดวางแบบนี้คือเฟอรฺนิเจอร์แบบประกบกัน 2 ส่วน หรือคุณสามารถจะสร้างสรรค์โต๊ะรูปตัว L ด้วยตัวคุณเอง โดยหาโต๊ะสำหรับวางคอมพิวเตอร์มาวางไว้ด้านข้างเพื่อทำเป็นรูปตัว L ก็ได้

The Counter Arrangement

The Counter Arrangement

การจัดวางแบบขนานติดไปกับฝาผนังแบบนี้จะทำให้ได้พื้นที่ใช้สอยเป็นในแนวยาว ไม่เพียงเท่านี้คุณยังจะได้พื้นที่ข้างใต้สำหรับเก็บของที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย เพื่อการจัดเก็บที่เป็นระเบียบยิ่งขึ้น ก็เพียงแต่เพิ่มชั้นใส่เอกสารเข้าไปที่ด้านล่างนี้ สิ่งที่ไม่พึงประสงค์ที่สำคัญอย่างหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นได้จากการจัดโต๊ะแบบนี้คือ แสงจ้าจากหน้าต่าง หากว่าโต๊ะอยู่ติดหรือเยื้ยงกับหน้าต่าง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ควรใช้โต๊ะสีดำหรือสีเข้ม

The Corner Arrangement

The Corner Arrangement

สำหรับใครหลาย ๆ คนแล้วการจัดโต๊ะแบบเข้ามุม ดูเป็นส่วนตัวและก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์มากมาย การจะจัดโต๊ะทำงานแบบเข้ามุมให้เวิร์ค ก็ต้องประกอบไปด้วยเฟอรืนิเจอร์ที่ฟิตกับมุมพอดี ซึ่งก็ต้องมีพื้นที่พอสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ และพื้นที่เหลือสำหรับการจดงานหรืออื่น ๆ การจัดแบบนี้ไม่ได้เหมาะสมกับทุก ๆ ออฟฟิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณไม่มีมุมที่กว้างพอกับการวางเฟอร์นิเจอร์ หรือคุณก็จะต้องมีผนังด้านใดด้านหนึ่งที่ยาวพอที่จะวางเฟอร์นิเจอรืได้ หรือถ้าหากอีกด้านของคุณเป็นหน้าต่างเตี้ย ๆ หรือประตูที่เปิดออกไปได้ แบบนี้ก็ไม่ดีต่อการจัดวางแบบนี้แน่ ๆ

The Reverse Corner Arrangement

The Reverse Corner Arrangement

การจัดโต๊ะทรง V ที่หันหน้าออกจากมุมแบบนี้ทำให้คุณหันหน้าออกได้พบปะผู้คนที่เข้ามาในห้องได้อย่างสะดวก และยังหันหน้าไปคุยกับแขกได้ทุกด้าน เหมาะกับคนที่ชอบเห็นสิ่งต่าง ๆ รอบ ๆ ห้องอยู่เสมอ (เพื่อก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์) และจะเพอร์เฟ็คมากเมื่อมีการประชุมเล้ก ๆ เพียงแต่เพิ่มเก้าอี้รอบ ๆ โต๊ะ ที่ควรระวังคือทุกด้านของเฟอร์นิเจอร์จะถูกปิดอย่างเรียบร้อยเพื่อความดูเป็นระเบียบ

 

Page 2 of 4«1234»