WoodLtd® Studio

Author: thailand wood / Category: Advertise, wood products

Type the title here

WoodLtd® Studio is a door manufacturer of solid wood doors, custom doors, design doors and carved doors. We’re the only Thailand’s door designer which quality exceeds US and European standards. High resolution images of our products are available on-line at http://picasaweb.google.com/woodciti/ WoodLtd® provides extraordinary craftsmanship and design while utilizing finest solid woods in the construction of exceptionally high quality doors. We build our doors entirely in genuine Burmese teak and we prefer to involve client in the design process

We specialize in wood doors, art glass windows and custom alloy gates. We make doors and windows in solid teak in any height, width or thickness that is structurally and aesthetically feasible. We make Wood Door Technical Specificationscarved doors, customized windows and design doors in any style. Our main products are wood doors, arched windows, hardwood doors, front doors, exterior doors, safety metal gates, double doors, design windows and custom made doors

WoodLtd® Studio Thailand
Bjorn Ottosson
66-1-420-1873

133 Chiangrai-Chiangmai Road,
PO Box 185
Chiang Rai 51300 Thailand
Cell: 66-1-420-1873
Fax: 66-53-378-1024
http://www.woodltd.com/

ลักษณะโครงสร้างไม้

Author: thailand wood / Category: Knowledge, wood products

ลักษณะโครงสร้างไม้
ลักษณะโครงสร้างไม้

ไม้ เป็นวัสดุประเภท anisotropic คือแต่ละด้านของไม้จะมีคุณสมบัติแตกต่างกันด้านต่าง ๆ ของไม้อยู่ 4 ด้าน คือ ด้านยาว เป็นด้านที่ยาวตามของไม้ท่อน ด้านรัศมีเป็นด้านที่ขนานกับแนวเส้นรัศมีที่ลากจากใจไม้ไปยังเปลือกไม้ และยาวไปตามความยาวของไม้ท่อน ด้านสัมผัสเป็นด้านที่ตั้งฉากกับด้านรัศมี และยาวไปตามความยาวของไม้ท่อนหรือด้านที่เห็นเมื่อเอาเปลือกไม้ของไม้ท่อนออก ด้านหน้าตัดเป็นด้านที่ตั้งได้ฉากกับด้านทั้ง 3 ดังกล่าว หรือเป็นด้านที่เห็นทางด้านปลายทั้ง 2 ของไม้ท่อน เมื่อดูด้านต่างๆของไม้นี้จะเห็นเซลล์ที่ประกอบเป็นเนื้อไม้มีลักษณะแตกต่างกันทั้งที่เป็นเซลล์ชนิดเดียวกัน นอกจากนี้เซลล์ในเนื้อไม้ยังมีการเรียงตัวไม่เหมือนกันทั้งหมดอีกด้วยจึงทำให้ด้านต่างๆของไม้มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่อยู่ในไม้อันได้แก่ โครงสร้างซึ่งก็คือ เซลล์ชนิดต่างๆที่ประกอบเป็นเนื้อไม้

ปัจจัยต่างๆดังกล่าวอาจแบ่งได้ดังนี้
1. ปริมาณของสารเคมีต่างๆที่ประกอบกันขึ้นเป็นผนังเซลล์ของเนื้อไม้ ซึ่งวัดด้วยค่าความถ่วงจำเพาะ (ถ.พ.มีประโยชน์มากใช้เป็นตัวชี้คุณสมบัติของไม้ได้)

2. ปริมาณของน้ำที่มีอยู่ในเนื้อไม้ น้ำน่าจะถือได้ว่าเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของโครงสร้างไม้น้ำจะมีอยู่ในไม้ตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่จนถึงตัดโค่นลงแล้วน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่มีต่อคุณสมบัติของไม้

3. สัดส่วนของสารเคมีที่ประกอบเป็นผนังเซลล์และสารแทรกที่มีอยู่ในไม้

4. การเรียงตัวของสารเคมีเป็นผนังเซลล์เป็นปัจจัยที่เกี่ยวกับแนวเสี้ยนไม้

5. ชนิด ขนาด และสัดส่วนของเซลล์ที่ประกอบเป็นเนื้อไม้

ปัจจัยต่างๆเหล่านี้มีผลต่อคุณสมบัติของไม้ซึ่งกล่าวพอสังเขปได้ดังนี้
1. น้ำในไม้ ธรรมชาติของไม้นั้นเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติ hygroscopic คือสามารถดูดและคายความชื้นและน้ำได้ทั้งสามารถทำให้คุณสมบัติของไม้เปลี่ยนแปลงเช่น

1.1น้ำหนักของไม้ ไม้ที่มีความชื้นมากจะมีน้ำหนักมากกว่าไม้ที่มีความชื้นน้อยไม้จะมีน้ำหนักน้อยที่สุดเมื่อไม้ถูกอบแห้งและจะมีน้ำหนักมากที่สุดเมื่อไม้น้ำอยู่เต็มที่ ดังนั้นการบอกน้ำหนักของไม้จึงต้องบอกเปอร์เซ็นต์ความชื้นของไม้ในขณะเดียวกันไว้ด้วย

1.2 การยืดหดตัวของไม้ เมื่อไม้ดูดความชื้นหรือน้ำเข้าไปอยู่ในผนังเซลล์จะทำให้ผนังเซลล์ขยายตัว นั่นคือจะทำให้ไม้ขยายตัวมีขนาดมากกว่าแต่ก่อนดูดความชื้นหรือน้ำในทางกลับกันถ้าน้ำหรือความชื้นในผนังเซลล์คายออกมา จะทำให้ไม้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมสำหรับน้ำที่อยู่ในช่องว่างของเซลล์จะไม่มีผลทำให้ไม้ยืดหดตัว เพียงทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือลดลง ไม้สามารถดูดความชื้นจากบรรยากาศและคายความชื้นออกสู่บรรยากาศได้ และจะหยุดดูดคายความชื้นในบรรยากาศ ต่อเมื่อมีความชื้นได้สมดุลกับความชื้นในบรรยากาศดังนั้นการนำไม้ไปใช้งานในสภาพแวดล้อมต่างๆต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย ก่อนนำไม้ไปใช้งานต้องทำให้ความชื้นในไม้มีอยู่ใกล้เคียงกับความชื้นในบรรยากาศของสถานที่ที่จะนำไม้ไปใช้งานเพื่อป้องกันมิให้เกิดการหดขยายตัวมากจนอาจทำทำให้สิ่งของที่ทำด้วยไม้นั้นเกิดความเสียหายได้

การยืดหดตัวของไม้จะมีค่าแตกต่างกันในแต่ละด้านของไม้ ด้านของไม้ด้านที่สัมผัสจะมีการยืดหดตัวมากที่สุด และมากกว่าด้านรัศมีประมาณ 2 เท่า ส่วนด้านยาวจะมีการยืดหดตัวน้อยมากประมาณ0.1-0.2% จนอาจจะไม่คำนึงถึงได้
การยืดหดตัวของไม้นอกจากจะขึ้นอยู่กับความชื้นของไม้แล้ ปริมาณของสารที่ประกอบเป็นผนังเซลล์ยังเป็นตัวชี้ค่าการยืดหดตัวของไม้ได้อย่างคร่าวๆ ไม้ชนิดที่มีสารประกอบผนังเซลล์มากก็จะมีการยืดหดตัวได้มาก แต่ไม่ใช่ทุกชนิดจะเป็นดังนี้

1.3 ความถ่วงจำเพาะ ปริมาณของสารประกอบผนังเซลล์ของไม้ชนิดต่างๆจะแตกต่างกัน ค่าความถ่วงจำเพาะ(ถ.พ.) จะใช้แสดงปริมาณของสารดังกล่าวต่อหน่วยปริมาตรซึ่งตามปกติในงานวิจัยจะคำนวณจาก น้ำหนัก และปริมาณของไม้ที่อบแห้งไม่มีน้ำรวมอยู่ด้วยซึ่งจะได้ปริมาณของสารดังกล่าวล้วนๆแต่ในสภาพการใช้งานจริงๆของไม้จะปรากฏว่ามีความชื้นรวมอยู่ในไม้ด้วยซึ่งทำให้ปริมาตรและน้ำหนักของไม้เพิ่มขึ้น ค่า ถ.พ.จะเปลี่ยนไปโดยมีค่าลดลงเมื่อความชื่นเพิ่มขึ้น(ถ้าใช้น้ำหนักของไม้ที่สภาพอบแห้ง)และจะมีคงคงที่เมื่อไม้มีความชื้นสูงกว่า30% โดยประมาณในบางครั้งจึงมีการคำนวณค่าถ.พ.โดยใช้น้ำหนักและปริมาตรของไม้ที่มีความชื้นในขณะนั้นค่าถ.พ.มีประโยชน์ในการใช้เป็นตัวแสดงคุณสมบัติไม้

1.4 คุณสมบัติของการนำความร้อน ไม้มีคุณสมบัติการยอมให้ความร้อนผ่านได้ถึง3ด้านโดยด้ายยาว(ขนาดเสี้ยนไม้)จะมีการนำความร้อนสูงกว่าด้านสัมผัส และด้านรัศมี จะมีค่าใกล้เคียงกันการนำความร้อนของไม้จะเพิ่มขึ้นเมื่อไม้มีความชื้นเพิ่มขึ้น เช่น ไม้ที่มีความชื้นมากกว่า40% จะค่าการนำความร้อนมากกว่าไม้ที่แห้งกว่าถึง1/3เท่า การนำความร้อนของไม้จะมีค่าต่ำกว่าโลหะ

1.5 คุณสมบัติการนำไฟฟ้า ไม้มีคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าซึ่งจะมีค่าสัมพันธ์กับความชื้นในไม้ถ้าความชื้นในไม้เพิ่มขึ้นในช่วง 0 ถึงจุดหมาดค่าการนำไฟฟ้าของไม้จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยถึง 10 เท่าไม้ที่แห้งจะเป็นฉนวนไฟฟ้า

2. ปริมาณของสารเคมี ที่ประกอบเป็นผนังเซลล์ (ค่าความถ่วงจำเพาะ) ปริมาณของสารประกอบผนังเซลล์ในไม้ต่อหน่วยปริมาณวัดได้โดยการคำนวณค่าความถ่วงจำเพาะค่าถ.พ. มีประโยชน์ใช้เป็นค่าแสดงคุณสมบัติของไม้

2.1 ความแข็งแรงของไม้ ค่าถ.พ.จะมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความแข็งแรงของไม้ถ้าค่าถ.พ.สูงความแข็งแรงของไม้จะสูงตามไปด้วย

2.2คุณสมบัติการนำความร้อน การนำความร้อนของไม้จะสัมพันธ์กับค่าถ.พ.เป็นเส้นตรงค่า ถ.พ. สูงการนำความร้อนของไม้ไม้จะสูงตามไปด้วย

2.3 คุณสมบัติเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้าสลับ ความสามารถในการเป็นฉนวนต่อกระแสไฟฟ้าสลับวัดได้ด้วยค่าคงที่ที่เรียกว่า “dielectric constant” ค่าคงที่นี้ในไม้จะมีความสัมพันธ์โดยตรงกับค่าถ.พ. และความชื้นในไม้

3. การเรียงตัวของเสี้ยนไม้ เสี้ยนไม้ในแต่ละชนิดจะเรียงตัวเหมือนกัน อาจจะมีการเรียงขนานกับแกนยาวของไม้หรือทำมุมกับแกนยาวของไม้ ทิศทางการเรียงตัวของเสี้ยนไม้จะมีผลต่อความแข็งแรงของไม้ โดยเฉพาะกับแรงดึง ซึ่งจะมีค่าลดลงเมื่อความลาดชันของไม้เสี้ยนไม้(การเรียงตัวทำมุมของเสี้ยนไม้กับแกนยาวของไม้) มีมากกว่า 1 ต่อ 25 จึงจะได้รับผลกระทบ ส่วนความแข็งแรงในการดัดจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงลดค่าลงจนกว่าจะมีความลาดชันมากกว่า 1 ต่อ 20 ถ้าความลาดชันของเสี้ยนสูงกว่าขีดจำกัดดังกล่าวข้างต้นจะทำให้ความแข็งแรงลดลงอย่างมาก เช่น ความลาดชัน 1 ต่อ 8 จะทำให้ความแข็งแรงในการดัดลดลงถึงครึ่งหนึ่งและความแข็งแรงในการบีบจะลดลงถึง 1 ใน 3

4. ความกว้างของวงปี อัตราการเจริญเติบโตของต้นไม้มีผลต่อค่าความถ่วงจำเพาะ คือ ความกว้างของวงปีที่แตกต่างกันจะมีผลทำให้ความถ่วงจำเพาะและความแข็งแรงของไม้เปลี่ยนแปลงไปด้วย ในไม้เนื้อแข็งที่เซลล์พอร์ในวงปีมีขนาดแตกต่างกันอย่างชัดเจน (ringporous ) เมื่อมีอัตราการเจริญเพิ่มขึ้น (วงปีกว้างขึ้น) ส่วนเนื้อในปลายฤดูก็จะเพิ่มขึ้นซึ่งเซลล์ในส่วนนี้จะเป็นเซลล์ที่มีผนังหนา และมีจำนวนมากก็จะทำให้ค่าถ.พ. และความแข็งแรงของไม้เพิ่มขึ้น ส่วนไม้เนื้อแข็งที่เซลล์พอร์ ในวงปีมีขนาดและกระจายสม่ำเสมอ (diffuse porous ) แม้จะมีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นก็ไม่มีผลต่อค่าถ.พ.และความแข็งแรงของไม้เว้นแต่จะมีการเจริญเติบโตที่สูงมากเกินไป เช่นเดียวกับกรณีไม้เนื้อแข็งที่เซลล์พอร์ ขนาดต่างกันส่วนในไม้เนื้ออ่อนที่มีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มมากขึ้น จะทำให้ส่วนเนื้อไม้ต้นฤดูที่มีความหนาแน่นต่ำเพิ่มจำนวนขึ้น เป็นผลให้ความแข็งแรงและความหนาแน่นของไม้ลดลงเมื่อวงปีกว้างมากขึ้น ยกเว้นไม้เนื้ออ่อนบางชนิดที่แม้นวงปีมีขนาดแคบ ก็อาจจะมีความหนาแน่นต่ำได้

5. ตำหนิที่เป็นตาไม้ ตาไม้ที่มีอยู่ในเนื้อไม้จะทำให้ความแข็งแรงของไม้ลดลง ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับขนาดและบริเวณที่ต่อไม้ขึ้นอยู่ ตาไม้ที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มจะสำคัญกว่าตาไม้ที่อยู่กระจัดกระจาย และตาไม้ที่มีขนาดใหญ่ก็จะมีผลกระทบมากกว่าขนาดเล็ก

6. ลักษณะโครงสร้างของไม้ที่เกี่ยวกับความทนทานตามธรรมชาติของไม้ ไม้แต่ละชนิดมีความทนทานต่อการทำลายของเห็ด รา และแมลงแตกต่างกัน ไม้ที่ทนทานต่อการทำลายของเห็ดราได้อาจไม่ทนทานต่อแมลงก็ได้ สาเหตุสำคัญที่ทำให้ไม้มีความทนทานตามธรรมชาติ คือ เนื้อไม้จะมีสารแทรกที่เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตที่จะทำลายเนื้อไม้ ซึ่งสารแทรกนี้จะมีอยู่ในแก่นไม้ ยังมีเหตุผลอีกบางประการที่สามารถใช้อธิบายถึงเหตุผลที่ไม้มีความทนทานตามธรรมชาติ เช่น การที่ไม้มีความชื้นต่ำ การที่ช่องว่างของเซลล์มีสารบรรจุอยู่ เช่น กัม เรซินไทโลส เป็นต้น มีปัจจัยบางประการที่น่าสังเกตุที่เกี่ยวข้องกับความทนทานตามธรรมชาติของไม้ ได้แก่ ความหนาแน่น มีไม้หลายชนิดที่มีความหนาแน่นมาก แล้วมีความทนทานตามธรรมชาติสูงแต่มีข้อสังเกตุว่า ไม้บางชนิดก็ไม่เป็นไปตามนี้ นอกจากนั้น ไม้ที่มีน้ำหนักมากบางชนิดยังมีแก่นไม้ที่มีความทนทานตามธรรมชาติ
________________________________________
ข้อมูลจาก : การใช้ประโยชน์ไม้ขั้นพื้นฐาน. สำนักวิจัยการจัดการป่าไม้และผลิตผลป่าไม้ กรมป่าไม้. 2547.

 

Daybera|Gift and home decor

Author: thailand wood / Category: OTOP, wood products

daybera

Gift and home decor

Daybera® was started in 2004 from a small group of people who love ARTs.
Our intention is selling handmade country craft as a hobby. Our company has now grown into a well-known “Specialized Made to Order” handmade country crafts’ company for both the local and export market.

From our past experiences, we can guarantee that our handmade country décors are still unique and giving very good customer satisfaction. Our handmade country decors are perfectly fitted, and suitable for you and your loved ones’ home.

Contact Us
Name: Wicharn Tangsinmankong
Address: 30 Moo 8 Bangpood, Pharket, Nonthaburi, 11120
Mobile: (668)-9533-5299
http://www.daybera.com
Email: info@daybera.com

Thai Craft

Author: thailand wood / Category: OTOP, wood products

ไม้มะม่วง

Thai Craft - ผลิตภัณฑ์ไม้ตาล

จุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์ ไม้ตาล ผลิตขึ้นแห่งแรกในประเทศไทยที่หมู่ 1 ตำบลหนองปรง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี โดยเริ่มขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2515 โดยมีพ่อค้างานกลึงไม้ ชื่อ นายสุจินต์ ศรีสวัสดิ์ ชาวจังหวัดสมุทรสงคราม (มีภูมิลำเนาเดิมอยู่อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี) ได้มาเช่าบ้านอยู่ที่หมู่ที่ 5 ตำบลเขาย้อย อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ได้มาริเริ่มงานกลึงไม้เป็นรูปแบบต่างๆ เช่น ครก กำไรข้อมือ โดยใช้ไม้พุด ไม้มะเกตุ ไม้ประดู่ เมื่อมีงานเข้ามามากก็เริ่มขยายงานมายังตำบลหนองปรง ซึ่งมีช่างไม้เป็นชาวไทยทรงดำ มีฝีมืออยู่หลายคน ได้แก่ นายช้อย ทองสัมฤทธิ์ นายปี จำปาทอง นายมก ร่าเริง นายต๊อก ร่าเริง นายเที่ยง ร่าเริง นายสมหมาย ร่าเริง นายหัน อ่อนยิ่ง และนางอนงค์ อ่อนยิ่ง และจ้างให้กลุ่มคนเหล่านี้กลึงไม้โดยทำแท่นกลึง และแนะนำวิธีการกลึงไม้ ซึ่งไม้ที่ใช้เริ่มแรกคือ ไม้ประดู่ ไม้พุด ไม้มะเกตุ กลึงเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่นที่กล่าวมาแล้วข้างต้น โดยมีนายสุจินต์ เป็นผู้ออกแบบ และร้านค้าที่ต้องการผลิตภัณฑ์ช่วยออกแบบให้ ต่อมาไม้เหล่านั้นเป็นไม้หายาก และป่าไม้ประกาศเป็นไม้หวงห้าม

แนวคิดซึ่งได้มาในตัวผลิตภัณฑ์ กลุ่มช่างกลึงไม้ จึงปรึกษาหารือกันว่าจะนำไม้ที่ไหนมากลึง ก็เห็นว่าไม้ตาลซึ่งเป็นต้นไม้ที่ขึ้นอยู่อย่างมากมายตามท้องทุ่ง หัวไร่ปลายนา ถ้าเป็นต้นที่อายุเก่าแก่ 80-100 ปี จะถูกโค่นทิ้ง เพราะไม่สามารถให้ผลผลิตได้ จึงได้นำมาใช้ประโยชน์ โดยนำมาทดลองกลึงเป็นรูปผลิตภัณฑ์ต่างๆซึ่งต้องอาศัยภูมิปัญญาและเทคนิคในการกลึงเป็นอย่างมาก ต้องตีใบมีดที่ใช้กลึงกันเอง เพราะไม้ตาลเป็นไม้ที่มีเสี้ยน ต้องใช้เทคนิคในการกลึงสูงมาก ผลิตภัณฑ์เริ่มแรกที่ใช้กลึง ได้แก่ ครก หม้อดิน กำไรข้อมือ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีมาก และต่อมาได้กลึงเป็นกระโถน ส่งขายที่หน้าเขาวัง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ชาวต่างประเทศคือ ญี่ปุ่นได้มาเห็นก็สั่งซื้อเป็นจำนวนมาก และได้พัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้า และคิดประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆจำหน่าย เพิ่มรายได้ให้กับผู้ผลิตเป็นจำนวนมาก มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในนามผลิตภัณฑ์ กลึงไม้ตาลตำบลหนองปรง
การสั่งสม สืบสานผลิตภัณฑ์ ต่อมาได้นำภูมิปัญญาเหล่านี้ถ่ายทอดให้กับผู้ที่สนใจสร้างเป็นอาชีพเสริม เนื่องจากประชาชนในชุมชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาเป็นหลัก เมื่อมีเวลาว่างหลังฤดูเก็บเกี่ยว ก็มากลึงไม้ตาลเป็นอาชีพเสริม แต่เป็นลักษณะต่างคนต่างทำ ภาครัฐจึงได้เข้ามาช่วยในการรวมกลุ่ม โดยมีคณะกรรมการรับผิดชอบ 1 คณะ มี นางอนงค์ อ่อนยิ่ง เป็นประธานกลุ่ม ใช้บ้านเลขที่ 44/1 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองปรง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เป็นที่ทำการ

Thai Craft
เพ็ญศรี ประสมศรี
Jatujak Plaza Zone B, Soi 3(B110)
Mobile: 084-0196784
Tel: 02-560-0109
Fax: 02-618-7119

การทำโขนระนาดเอก

Author: thailand wood / Category: OTOP, wood products

โขนระนาดเอก

การทำโขนระนาดเอก

source: ระนาดเอก

รางระนาดเอกมีส่วนประกอบที่สำคัญได้แก่ โขน กระพุ้ง ฐาน ท้อง และ คิ้ว ดัง นั้นการทำรางระนาดจึงต้องแยกทำทีละส่วนให้เสร็จก่อน แล้วจึงนำมาประกอบกันใน ภายหลัง วิธีการทำรางระนาดเอกแบ่งเป็นขั้นตอนดังนี้

โขนระนาดเอกทำด้วยไม้เนื้อแข็งมีรูปร่างเป็นแผ่นแบนทรงรีมีขอบโค้งมนและมี รอยหยักตามขอบ ไม้ที่ใช้ทำได้แก่ ไม้สัก ไม้ประดู่ ไม้ชิงชัน ไม้มะริด เป็นต้น แผ่นไม้ที่ จะนำมาโขนระนาดต้องมีความกว้างประมาณ 10 นิ้วฟุต ยาว 18 นิ้วฟุต และหนาประมาณ 5 หุน จำนวน 2 แผ่น นำมาไสด้วย กบไสไม้ ให้เรียบเสมอกันแล้วนำ แบบพิมพ์ รูปโขน ระนาดมาวางทาบบนแผ่นไม้ ใช้ดินสอขีดเส้นตามแบบพิมพ์รูปโขนระนาด ต่อจากนั้นนำ ไปเลื่อยตามรอยเส้นดินสอ เมื่อเลื่อยเสร็จแล้วใช้กระดาษทรายขัดให้เรียบและใช้สิ่วตอก ลบเหลี่ยมตามขอบ จากนั้นจึงทำคิ้วของโขนระนาดโดยใช้สิ่วเล็กแกะเนื้อไม้บริเวณขอบ โขนระนาดให้รอบลักษณะดังกล่าวเรียกว่า การเดินเส้น แล้วใช้กระดาษทรายขัดตามขอบ อีกครั้ง การทำคิ้วลักษณะนี้จะทำให้คิ้วกับโขนติดกันเป็นไม้เนื้อเดียวกัน ลักษณะการทำ โขนระนาดที่มีคิ้วกับโขนที่เป็นไม้คนละชิ้นนั้น ทำได้โดยใช้ ไม้มะปลิง หรือ ไม้มะเกลือ นำมาเลื่อยให้เข้ารูปกับโขนระนาด ใช้กาวทาแล้วนำไปติดกับขอบโขนระนาดที่ได้ขัดตก แต่งแล้ว ต่อไปเอาตะปูที่ตัดหัวออกตอกย้ำอีกครั้งหนึ่ง โขนระนาดเอกปี่พาทย์ที่ทำเสร็จ แล้วจะมีความกว้างประมาณ 8 นิ้วครึ่ง ยาวประมาณ 17 นิ้วครึ่ง

การทำกระพุ้งรางระนาดเอก
กระพุ้งระนาดเอกคือส่วนที่เป็นขอบฝารางระนาดเอก วิธีทำกระพุ้งใช้ไม้เนื้อแข็ง เช่นเดียวกับการทำโขนระนาดเอก การเลือกไม้ทำกระพุ้งจะต้องเลือกไม้ที่ไม่มีตำหนิและ ตาไม้ ที่สำคัญต้องเป็นไม้ชนิดเดียวกับไม้ที่ใช้ทำโขนระนาด ขนาดของไม้กว้าง 30 นิ้ว ยาว 43 นิ้ว และหนาประมาณ 1 นิ้วครึ่ง จำนวน 2 แผ่น นำกระสวนกระพุ้งมาวางทาบบน แผ่นไม้ที่เตรียมไว้ใช้ดินสอวาดตามความโค้งของรูปไม้กระสวนแล้วนำไปเลื่อยออกด้วย เลื่อยมือ ต่อจากนั้นนำไปแต่งให้กระพุ้งด้านในเว้าออกโดยวิธีโกลนท้องหรือขุดท้อง วิธี การทำใช้สิ่วใหญ่ขุดเนื้อไม้ออกโดยขุดให้ส่วนตรงกลางมีความลึกกว่าส่วนอื่น ส่วนด้าน นอกใช้กบไสเนื้อไม้ออกโดยไสเนื้อไม้ส่วนตรงกลางให้น้อยที่สุดแล้วใช้กระดาษทราย ละเอียดขัดอีกครั้ง

กระพุ้งรางระนาด
กระพุ้งรางระนาด

ฐานหรือเท้าของระนาดเอกทำด้วยไม้ชนิดเดียวกันกับที่ใช้ทำโขนและกระพุ้ง จำนวน 2 แผ่น แผ่นแรกเป็นรูปสี่เหลี่ยมมีความหนา 3 นิ้ว กว้าง 8 นิ้ว และยาว 9 นิ้ว นำไม้แผ่นแรกมาถากออกทั้ง 4 ด้าน โดยใช้สิ่วถากจากด้านบนให้เล็กชันลงไปหาด้านล่างให้ด้านล่างมีขนาดเท่าเดิม ต่อจากนั้นใช้สิ่วเล็กขุดเนื้อไม้ออกโดยขุดจากด้านล่างไปหาด้านบนโดยขุดเป็นชั้นๆขึ้นไปคล้ายขั้นบันไดประมาณ 4 ขั้น ให้ชั้นบนสุดมีขนาดความกว้าง 5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว จากนั้นนำไม้แผ่นที่สองที่มีขนาดความกว้างประมาณ 6 นิ้ว ยาว 7 นิ้ว และหนา 1 นิ้ว ใช้สิ่วแต่งให้มีลักษณะเหมือนไม้แผ่นแรกแต่ต้องให้ด้านล่างมีฐานเล็กกว่าด้านบน และให้ด้านล่างของไม้ชิ้นที่สองมีขนาดเท่ากับด้านบนของไม้แผ่นแรก ต่อจากนั้นใช้สิ่วขุดเนื้อไม้แผ่นที่สอง โดยขุดด้านบนให้เว้าลงเท่ากับขนาดความโค้งของกระพุ้งรางระนาดเอก แล้วใช้กระดาษทรายขัดเนื้อไม้ให้เรียบทั้งสองชิ้น นำไม้ทั้งสองชิ้นมาประกบกัน ให้ด้านบนของไม้ชิ้นแรกติดกับด้านล่างของไม้ชิ้นที่สอง โดยใช้กาวอัดให้แน่นแล้วใช้ตะปูตอกสองครั้งเพื่อให้ไม้ติดกันแน่นมากยิ่งขึ้น ต่อจากนั้นนำโขนกับกระพุ้งมาประกอบกัน ใช้สิ่วเล็กขุดที่ขอบโขนระนาดให้เป็นร่องเล็กประมาณ 3 หุน ความกว้างและความยาวเท่ากับส่วนปลายกระพุ้ง เมื่อตกแต่งเรียบร้อยแล้วนำปลายกระพุ้งเข้าประกอบกับโขนโดยใช้กาวทาเนื้อไม้ให้แน่นแล้วใช้ตะปูตอกอีกครั้งหนึ่ง

Read more…

 

Page 1 of 212»