การตั้งถิ่นฐานของชุมชนช่างไม้

Author: thailand wood / Category: Thai wood furniture

ชุมชนช่างไม้ เขตบางซื่อ

การตั้งถิ่นฐานของชุมชนช่างไม้ เขตบางซื่อ

ชื่องานวิจัย การตั้งถิ่นฐานของชุมชนช่างไม้ ในเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร
ผู้วิจัย นางสาวศิริพร เพ็งทา นางสาวรัชนี สมช่วง
โปรแกรมวิชา วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สถาบัน ราชภัฏสวนดุสิต
ปีการศึกษา 2544

บทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
1. ศึกษาการตั้งถิ่นฐานของชุมชนช่างไม้ ซอยประชานฤมิตรและซอยไสวสุวรรณ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร
2. ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตั้งถิ่นฐานของ ประชาชนในพื้นที่ที่ศึกษา วิธีดำเนินการวิจัยกระทำโดยการศึกษาจากเอกสารและเก็บข้อมูล โดยใช้แบบสัมภาษณ์ ที่มีโครงสร้าง กลุ่มตัวอย่างที่ทำการศึกษา คือ ประชากรที่อาศัยอยู่ในชุมชน ซอยประชานฤมิตร และซอยไสวสุวรรณ เขตบางซื่อ ที่ประกอบอาชีพช่างเฟอร์นิเจอร์ ช่างแกะสลักไม้ จำนวน 200 คน

ผลการศึกษาจากเอกสารพบว่า ลักษณะของพื้นที่ที่ทำการศึกษาเป็นพื้นที่ประกอบการด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ แห่งหนึ่งซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีประวัติอันเก่าแก่ ซอยประชานฤมิตร มีพื้นที่ประมาณ 53 ไร่ มีประชากรทั้งหมด 2,184 คน มีจำนวนครัวเรือน 546 ครัวเรือน ในอดีตพื้นที่เป็นสวนผลไม้ ต่อมาความเจริญได้เข้ามาสู่ชุมชน พ่อค้าชาวจีนได้ย้ายเข้ามาอยู่และได้นำอาชีพดั้งเดิมมาด้วย คือ อาชีพแกะสลักไม้ เริ่มแรกเป็นเพียงอาชีพในครัวเรือน ต่อมาความต้องการ สินค้าด้านเฟอร์นิเจอร์มีมากขึ้น กลายเป็นอุตสาหกรรมมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย มีการนำวัตถุดิบเข้ามาเป็นจำนวนมาก มีร้านค้าประเภทไม้เพิ่มขึ้นตั้งเรียงรายตามสองฟากถนน และ ซอยประชานฤมิตร ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปภายใต้ชื่อว่า “ถนนสายไม้” ผลการวิจัยจากการสำรวจโดยแบบสัมภาษณ์พบว่า

กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง (ร้อยละ60.0)
ช่วงอายุที่มีมาก คือ ช่วงอายุ 26-35 ปี (ร้อยละ 56.5)
รายได้เฉลี่ย 5,000-10,000 บาทต่อเดือน (ร้อยละ62.0)
อยู่ในระดับที่ดีเพียงพอกับค่าครองชีพ ประชาชนส่วนใหญ่ มาจากจังหวัดอื่น (ร้อยละ 52.0)
การพักอาศัยจะอยู่ในชุมชน แบบอาคารเช่า (ร้อยละ43.0)

ส่วนการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตั้งถิ่นฐานของชุมชนผู้วิจัยได้แบ่งออกเป็น 3 ปัจจัย คือ
ปัจจัยทางด้านกายภาพ ผู้อาศัยได้ให้ความคิดเห็นใกล้เคียงกัน คือ
เป็นแหล่งชุมชน (ร้อยละ 30.5) เพราะมีร้านค้าและมีผู้คนอาศัย คือ
ใกล้แหล่งวัตถุดิบ (ร้อยละ29.5) และ
การคมนาคมสะดวก (ร้อยละ27.0)

สำหรับปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจนั้นผู้อยู่อาศัยให้ความสำคัญที่สุด คือ
การค้าขายง่าย (ร้อยละ 84.5)
รองลงมาคือ ค่าเช่าที่ดินราคาถูก (ร้อยละ10.0)
ปัจจัยสุดท้ายทางด้านสังคม ผู้อยู่อาศัยให้ความสำคัญที่สุด คือ
ถูกชักชวนมาประกอบอาชีพ (ร้อยละ39.5) รองลงมาคือ
มีความปลอดภัย (ร้อยละ32.5)
ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่อาศัยอยู่ในชุมชนตั้งแต่เกิดซึ่งมีที่ดินเป็นของตนเองมีจำนวนน้อย (ร้อยละ19.0)
การคาดการณ์ในอนาคตของการย้ายถิ่นฐานส่วนใหญ่ประชาชนยังคงอาศัยอยู่ที่เดิม (ร้อยละ65.0)
ที่เหลือย้ายไปอยู่ที่อื่น (ร้อยละ35.0)

โดยสรุปแล้วการตั้งถิ่นฐานของ ชุมชนช่างไม้ ซอยประชานฤมิตรและซอยไสวสุวรรณจะเป็นแบบถาวร คือ การตั้งถิ่นฐานจะเป็นที่ตั้งที่มีหลักแหล่งที่แน่นอน โอกาสในการย้ายถิ่นฐานมีน้อย

Thaiwoodstreet ถนนสายไม้

ศูนย์รวมเครื่องเรือนเฟอร์นิเจอร์ และงานแกะสลักไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นแหล่งรวมผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์และงานแกะสลักไม้ และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นที่รู้จักของประชาชน ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในนาม ถนนสายไม้ Thai woodstreet ซึ่งในปัจจุบันได้ขยายอาณาบริเวณกว้างขึ้นไปยัง ซอยไสวสุวรรณ ถนนสายไม้ที่2 และบริเวณรอบข้าง

ความเป็นมาของชุมชนประชานฤมิตร
ชุมชนประชานฤมิตร เป็นชุมชนดั้งเดิมของเขตบางซื่อซึ่งเป็นซอยเชื่อมระหว่างถนนประชาราษฎร์สาย1 กับถนนกรุงเทพฯนนทบุรี สภาพเดิมเป็นสวนและค่อยๆเปลี่ยนสภาพสวนจนกระทั่งแปรสภาพเป็นเรือนแถวไม้ และตึกแถว อาคารพาณิชย์หนาแน่นในปัจจุบัน อาชีพของชุมชนจากเดิมที่เคยมีอาชีพทำสวนค่อยเปลี่ยนเป็นการทำเครื่องเรือน และงานไม้แกะสลักต่างๆ จนเป็นแหล่งอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไม้ และงานไม้แกะสลักต่างๆขนาดใหญ่
การประกอบทำอาชีพเครื่องเรือน แลังานแกะสลักไม้ดังกล่าว มีการทำเป็นยุตสาหกรรมในครัวเรือนและได้สืบทอดต่อๆกันมา และขยายกิจการเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งในปัจจุบันมีมากกว่า 200 ราย โดยทำเครื่องเรือนประเภทต่างๆ อาทิเช่น โต๊ะ เก้าืั้อี้ ตู้ เตียง ชั้นวางของ ลูกกลีง เชิงชายฉลุลายไม้สวยงาม โดยเฉพาะการแกะสลักไม้ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น นอกจากนั้นยังมีอุปกรณ์ตกแต่งบ้านอีกจำนวนมาก การจำหน่ายไม้ประเภทต่างๆ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ไม้คิ้ว บานประตู หน้าต่าง กระจกแกะลาย-เพ้นท์สี

Wooden Crafted furniture on Soi Pracha-Narumid, Soi Sawaisuwan
Chinese wood carvers living around Wat Yuan, Saparn Khao,Dumrongrak Road, and Wat Sra Kade-Sapan Dummoved to Soi Prachanarumid. They brought here with them their career, wood crafting. Their work is so excellent and beautiful that it has lasted up to now. Almost every household has this occupation. This area becomes the biggest center in Thailand for wooden crafted furniture, which help create income for the residents in the area especially during the declining economic period. The unique of their wood crafsmanship is getting more popular. More people come here to buy wooden crafted furniture due to the cheaper prices because of being the direct manufacturers. In addition, you can find merchandises from other areas including rubber wood merchandises.

On both sides of Soi PrachaNarumid and Soi Sawasuwan are morethan 400 stores of wooden crafted furniture. In these stores you can find merchandises of all sizes, from large to small, including small home decorations.

ประชาคมประชานฤมิตร

Author: thailand wood / Category: Thailand wood

ถนนสายไม้

ซุ้มประตูทางเข้า ถนนสายไม้

ประชาคมประชานฤมิตร – ถนนสายไม้
ชุมชนประชานฤมิตร เป็นชุมชนเก่าแก่ตั้งอยู่ใกล้แม่นํ้าเจ้าพระยา ในซอยประชานฤมิตร 24 ซึ่งเดิมเคยมีลักษณะเป็นสวนป่า คนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ยกร่องทําสวน การเดินทางยังคงใช้แม่นํ้าเป็นทางสายหลักจนกระทั่งคุณลุงเฉลิม สุขมาก ซึ่งเป็นคนเก่าแก่ในชุมชนได้ริเริ่มสร้างถนนเป็นครั้งแรก โดยการปรึกษากับเจ้าของที่ดินในสมัยนั้นแล้วมีความเห็นพ้องต้องกัน จึงได้ช่วยกันขอที่ดินจากเจ้าของที่ดินติดถนน ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือดี จนกระทั่งทางสํานักงานเขตได้มาลาดยางให้ในปี พ.ศ.2504 และตั้งชื่อให้ว่า “ซอยร่วมสุข

ถนนสายไม้
ผลิตภัณฑ์ไม้ ถนนสายไม้

ด้วยเหตุที่ชุมชนติดแม่นํ้าเจ้าพระยาซึ่งใช้เป็นเส้นทาง ล่องซุงมาจากทางภาคเหนือ และมีโรงเลื่อยไม้ตั้งอยู่บริเวณท่านํ้าวัดบางโพเรียงเรื่อยขึ้นไปทางนนทบุรีตลอดแนว ย่านนี้จึงเป็นแหล่งรวมไม้แปรรูปทุกชนิดและเป็นสิ่งดึงดูดให้ช่างไม้จากที่ต่างๆเข้ามารวมอยู่ในซอยประชานฤมิตร เมื่อมีการรวมตัวของช่างไม้ ก็เป็นแรงดึงดูดให้ผู้ที่ขายวัตถุดิบที่ใช้ในการทํ าเฟอร์นิเจอร์มารวมตัวอยู่ด้วยเช่นกัน ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ชุมชนเริ่มเปลี่ยนมาทํ าการค้า ทําเฟอร์นิเจอร์เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน จนเป็นแหล่งการค้าที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักกันทั่วไป มีรถวิ่งเข้าออกมากจนทําให้ถนนทรุด ทางราชการจึงมาปรับปรุงถนนให้หลายครั้ง และเปลี่ยนชื่อมาเป็น “ซอยประชานฤมิตร” จากอุตสาหกรรมในครัวเรือนเล็กๆ จึงมีการขยายการผลิตตอบสนองลูกค้า ปัจจุบันถือเป็นแหล่งรวมเฟอร์นิเจอร์ทุกชนิด ชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ตกแต่งบ้านที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

เดิมทีไม้ซุงจะได้จากทางภาคเหนือ แถวจังหวัดลำปาง กำแพงเพชร และจะขนส่งทางเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยามายังโรงเลื่อยในกรุงเทพฯ ในสมัยนั้นโรงเลื่อยจะตั้งอยู่รายตาบริเวณท่าน้ำตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในช่วงวัดบางโพ เมื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์แล้วก็จะส่งมาขายที่บางลำพู วัดสระเกศ สะพานดำ

ต่อมาการขนส่งทางบก ได้รับการพัฒนาจนกระทั่งกลายเป็นทางหลัก รถบรรทุกและรถพ่วงขนาดใหญ่ไม่สะดวกในการเข้ามาขนส่งไม้ในเมือง โรงเลื่อยต่างๆจึงได้ย้ายออกไปอยู่นอกเมืองแถวๆอำเภอบางไทร จังหวัดอยุธยา แต่ร้านขายผลิตภัณฑ์เครื่องเรือนจากไม้ก็ยังคงตั้งมั่นอยู่ในซอยประชานฤมิต รแห่งนี้

กระทั่งในปี พ.ศ.2540 ผู้อำนวยการสำนักงานเขตบางซื่อในสมัยนั้นได้ลงพื้นที่ แล้วเล็งเห็นว่าซอยนี้มีผลิตภัณฑ์เครื่องเรือนเครื่องใช้ที่น่าสนใจเป็น อย่างมาก ควรจะอนุรักษ์เอาไว้ จึงได้ร่วมปรึกษาหารือกับผู้ประกอบการและจัดทำซุ้มประตูไม้ขึ้น 2 ฝั่งทั้งทางเข้าและออกของซอย เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวซอยประชานฤมิตร โดยได้รับการออกแบบจากอาจารย์สุดสาคร ชายเสม ศิลปินอิสระ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านจิตรกรรม ประติมากรรม และอยู่อาศัยในละแวกประชาคมประชานฤมิตรแห่งนี้ด้วย

ซุ้มประตูไม้นี้ทำมาจากไม้ตะเคียนทอง จากโรงเลื่อยจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นไม้ที่คัดเลือกมาแล้วว่าทนแดดทนฝนเป็นอย่างดี ลงรักของแท้ ตัวหนังสือทำจากทองคำเปลวแท้เช่นกัน สูงประมาณ 8 เมตร กว้างประมาณ 10 เมตร

หลังจากจัดสร้างซุ้มประตูไม้แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2541 คณะกรรมการประชาคมประชานฤมิตรก็ได้ร่วมกับสำนักงานเขตบางซื่อตั้งชื่อซอยนี้ ว่า "ถนนสายไม้" และได้จัดงานถนนสายไม้ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2542 เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ และเป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับช่างไม้บนถนนสายไม้แห่งนี้

ตลอดทางของซอยประชานฤมิตร ประมาณ 1กิโลเมตรกว่าๆนั้น มีร้านผลิตภัณฑ์เครื่องไม้อยู่ประมาณเกือบ 200 ร้านเห็นจะได้ ซึ่งเท่าที่ฉันได้เดินสำรวจตรวจตราตลอดทั้งซอยก็เห็นว่าแทบจะทุกบ้านล้วน แล้วแต่ทำกิจการเกี่ยวกับไม้ทั้งสิ้น ทั้งไม้แบบไม้อัดยังไม่แปรรูป และไม้ที่แปรรูปแล้วเป็นเครื่องเรือนเครื่องใช้หลากหลายรูปแบบ เช่น เก้าอี้ ประตู ตู้ เตียง โต๊ะ หรือชิ้นเล็กๆก็เช่น ป้ายไม้ หิ้งพระ ตุ๊กตาไม้รูปสัตว์ต่างๆ แจกัน โคมไฟ เป็นต้น

แต่เมื่อย่านต่างๆเหล่านั้นเริ่มแน่น ไม่สามารถขยายพื้นที่ออกไปได้อีก ประกอบกับพื้นที่ใกล้ๆกับโรงเลื่อย ในสมัยนั้นเป็นพื้นที่ดินลูกรังน้ำท่วมขัง มีสวนทุเรียน สวนมะพร้าว สวนหมากมาก แต่ก็ยังมีพื้นที่โล่งว่างอยู่เยอะ ทั้งยังใกล้แห่งผลิตและสะดวกในการขนส่ง ร้านรวงต่างๆจึงได้อพยพออกมาอยู่ที่นี่ ซึ่งก็คือย่านซอยประชานฤมิตร ตรงข้ามวัดบางโพโอมาวาสในปัจจุบัน

ส่วนช่างไม้ต่างๆที่นี่ก็ได้รับสืบทอดวิชาความรู้ต่อๆกันมาตั้งแต่ ครั้งที่ชาวจีน ชาวไหหลำ ชาวเซี่ยงไฮ้ ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยก็ได้นำเอาความรู้ในเรื่องของการแกะสลักลวด ลายงานฝีมือช่างไม้ที่ติดตัวมาประกอบอาชีพ และถ่ายทอดมายังคนไทย

ปัจจุบัน คนในชุมชนส่วนใหญ่มีเชื้อสายจีน ประกอบด้วยกลุ่มคนที่เป็นนักธุรกิจเจ้าของห้างร้าน ซึ่งอพยพมาอยู่ทีหลัง (เมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว) และกลุ่มคนที่ตั้งรกรากมาแต่เดิม ซึ่งส่วนใหญ่มีรายได้น้อย ประกอบอาชีพรับจ้างและเกษตรกรรม ศูนย์รวมของคนในชุมชน คือ ศาลเจ้าแม่ทับทิม

ในปี 2539 นายสมศักดิ์ จันทวัฒนา รองผู้อํานวยการสํ านักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว(ตํ าแหน่งปัจจุบัน)ซึ่งดํ ารงตําแหน่งผู้อํานวยการเขตบางซื่อในขณะนั้น ได้นํานโยบายการจัดตั้งประชาคมของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผนวกกับนโยบายการท่องเที่ยว Amazing Thailand มาขยายแนวคิดร่วมกับ ชาวชุมชนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จึงได้ชักชวนกลุ่มพ่อค้ามาหารือร่วมกัน ซึ่งเห็นว่าจะสามารถเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจของตน จึงเริ่มประสานจากคนทํ าธุรกิจในซอยประชานฤมิตร ประมาณ 200 ครัวเรือน

กิจกรรมแรก เริ่มที่การสร้างซุ้มประตูไม้ทางเข้าทั้ง 2 ฝั่งซอย ด้วยงบประมาณ 1 ล้านบาท ด้วยการระดมทุนจากห้างร้าน ภายในชุมชน และได้รับจากสํานักงานเขตบางซื่อ ประชาคมมักมีการจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง แม้การตั้งประธานและคณะกรรมการครั้งแรกไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่มาจากการช่วยกันทํางานตามความถนัดตามความสามารถของแต่ละคน โดยมีคุณวสันต์ ศรีตะรัชกุล เป็นประธานคนแรก (วาระ 2 ปี) ส่วนกิจกรรมของประชาคมที่สร้างชื่อให้คนทั่วไปได้รู้จักและจัดเป็นประเพณีสืบต่อมาทุกปี คือ การจัดงาน ถนนคนเดิน ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ถนนคนเดินและสายไม้ และ ถนนสายไม้ ในการ จัดงานไม่เน้นที่ปริมาณการขาย แต่หวังผลในระยะยาวให้ความสําคัญกับการประชาสัมพันธ์ สร้างแนวร่วมคนทํ าอาชีพเดียวกันให้เป็นที่รู้จักเป็นเครือข่าย ทําให้ช่างไม้ได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์พัฒนาฝีมือให้มีคุณภาพและความพิถีพิถันมากขึ้น เป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ ทั้งยังเป็นการสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างผู้ค้าด้วยกัน และระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง 


ศาลาทรงไทยไม้แกะสลัก

ศาลาทรงไทยไม้ถูกแกะสลักอย่างละเอียดประณีต

ประชาคมประชานฤมิตร มีการจัดกิจกรรมที่เอื้อประโยชน์ต่อกัน เช่น การจัดทําแผนที่ชุมชน การจัดสวัสดิการแก่คนชรา การส่งเสริมอาชีพให้แก่กลุ่มสตรีว่างงาน การจัดหาพื้นที่ส่วนกลางทํ ากิจกรรมร่วมกัน กิจกรรมตํ ารวจบ้าน กิจกรรมวันเด็ก วันพ่อ วันแม่ นอกจากนี้คณะกรรมการชุมชนยังเป็นแกนกลางในการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และร่วมกับชาวบ้านในการดูแลและจัดการปัญหาทั่วไปภายในชุมชนอีกด้วย อาทิเช่น การจราจรภายในซอย อุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน ท่อระบายนํ้ าอุดตัน ไฟไหม้ การทะเลาะเบาะแว้งต่างๆ เป็นต้น ดังภาพ

ถนนสายไม้


มิติการพัฒนาประชาคมประชานฤมิตร – ถนนสายไม้

องค์กรการพัฒนาในชุมชนได้แก่คณะกรรมการชุมชน (มาจากการเลือกตั้ง มีกรรมการ 10 คน)และเป็นคณะทํ างานชุดเดียวกับคณะกรรมการประชาคม (โดยแต่งตั้งเพิ่มอีก 15 คน) มีคณะกรรมการรวม 25 คน ตลอดระยะเวลา 8 ปี โครงสร้างและสมาชิกของคณะกรรมการเกือบจะเป็นชุดเดียวกัน เพียงแต่สลับสับเปลี่ยนกันทําหน้าที่ มีคณะกรรมการประชาคมทั้งหมด 4 ชุด แต่ละชุดมีความเชื่อมโยงกันในแง่ของตัวบุคคล กล่าวคือ เป็นการสลับตํ าแหน่งในการทํ าหน้าที่ มีการเพิ่มชื่อหรือลาออกเพียงบางส่วนเท่านั้น ทำให้การประสานงานและการทํางานมีความต่อเนื่อง มีเอกภาพ และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

กิจกรรมหลักที่จัดสืบต่อกันมาทุกปี คือ งานถนนสายไม้ โดยมีนายสมศักดิ์ จันทวัฒนา และสํ านักงานเขตบางซื่อเป็นที่ปรึกษาและประสานงานที่สําคัญ (ภาพที่ 2) ประชาคมประชานฤมิตรไม่มีคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน เนื่องจากต้องมีการทํ างานร่วมกับอีกหลายชุมชนในเขตบางซื่อ ทางคณะกรรมการวิตกกังวลว่าอาจทํ าให้การทํางานไม่คล่องตัวและอาจเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ปัจจุบันประชาคมมีคณะกรรมการทํ างานเป็นชุดที่ 4 มีนายประสิทธิ์ สืบจากลา เป็นประธาน มีแนวคิดประสานทุกภาคส่วนของชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมและความเสมอภาค เพื่อให้คณะกรรมการทํางานอย่างมีเอกภาพ

ถนนสายไม้
โครงสร้างคณะกรรมการประชาคมประชานฤมิตร(ถนนสายไม้)

ในการดําเนินงานพัฒนา ของประชาคมประชานฤมิตร ด้านเศรษฐกิจโดยรวมมีกระบวนการและวิธีการดําเนินงาน ดังนี้

กระบวนการ

วิธีการ

1. การจุดประกายความคิด
  • ภาวะเศรษฐกิจตกตํ่า รายได้จากการขายสินค้าลดลง เกิดปัญหาในการประกอบธุรกิจผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไม้ของชุมชน
  • กระแสนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว สนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน และอนุรักษ์
  • ต้องการรักษาศิลปวัฒนธรรม
  • นโยบายของกรุงเทพมหานครที่สนับสนุนให้ทุกเขตจัดกิจกรรมถนนคนเดินขึ้น
  • นโยบายรัฐเกี่ยวกับการสนับสนุนการจัดตั้งประชาคม
  • เป็นความท้าทายของทางสํานักงานเขตบางซื่อ โดย ผอ.สมศักดิ์ จันทวัฒนา (ในสมัยนั้น) ในการที่จะสร้างประชาคมต้นแบบ สร้างความร่วมมือประสานงานจัดกิจกรรมร่วมกัน เพื่อเป็นเอกลักษณ์ให้แก่ชุมชนและสืบทอดต่อไป
2. การระดม
ความร่วมมือ
  • มีการระดมทุนและวัสดุอุปกรณ์ของชาวชุมชน โดยผู้นํ าที่เป็นที่นับถือ ร่วมชี้แจงและระดมทุนในการร่วมจัดกิจกรรมถนนสายไม้
  • ประสานภาคธุรกิจส่วนต่างๆ ที่ประกอบธุรกิจที่เกื้อหนุนกันให้เข้ามาร่วมจัดงานกิจกรรมถนนสายไม้
  • ประสานภาครัฐหลายหน่วยงานให้ร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรมในรูปของงบประมาณและการประชาสัมพันธ์
  • ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกันให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม เกิดเครือข่ายธุรกิจที่แตกแขนงและมีความหลากหลายมากขึ้น
  • คณะกรรมการประสานชุมชนโดยการบอกกล่าวตามบ้านและผ่านสื่อสาธารณะของชุมชน (เสียงตามสาย)
  • สนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งลูกจ้างและชาวบ้านในชุมชนเข้าร่วมอย่างกว้างขวาง
3. การขยายแนวร่วม
  • จากการมีส่วนร่วมของหลากหลายหน่วยงาน ช่วยให้การประชาสัมพันธ์ขยายวงกว้าง
  • สร้างความสัมพันธ์อันดีในชุมชนจากกิจกรรมที่ร่วมกันทํ า ทํ าให้คนในชุมชนมีอาชีพเสริมและมีรายได้เพิ่มขึ้น
  • สร้างเครือข่ายของคนร่วมอาชีพ และผู้ที่สนใจทั่วไป
  • ขยายฐานเครือข่ายลูกค้าให้มีความหลากหลายและกว้างขวางขึ้น
4. การรักษาความต่อเนื่อง
  • ประชาคมรู้สึกเป็นเจ้าของกิจกรรมถนนสายไม้ มีการจัดสืบทอดติดต่อกันทุกปี
  • สร้างชื่อเสียงในการเป็นแหล่งผลิตไม้แปรรูปที่สํ าคัญของประเทศ และจัดกิจกรรมสืบต่อมาจนกลายเป็นงานประจําปี
  • ช่างมีการพัฒนาฝีมือด้านการแกะสลัก ซึ่งถือเป็นการเพิ่มมูลค่าและการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม เป็นสีสันและเพิ่มความหลากหลายให้กับงานในแต่ละปี
  • สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ และคนในชุมชน
  • มีการประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังทุกปี
  • ยกระดับคุณภาพสินค้าและขยายตลาดสู่สากล
  • มีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายในการจัดงาน เพื่อนําไปปรับใช้ในปีต่อๆ ไป

ประชาคมประชานฤมิตร มีภาคีความร่วมมือที่สําคัญ ได้แก่ ภาคธุรกิจเอกชน (ร้านค้าผลิตภัณฑ์แปรรูปไม้จากทั้งในและนอกชุมชน) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสํานักงานเขตบางซื่อ ซึ่งนับได้ว่ามีบทบาทสําคัญที่สุด

ภาคี

บทบาท

1. สํ านักงานเขตบางซื่อ
  • ร่วมวางแผนงานและเป็นคณะทํางานจัดกิจกรรมถนนสายไม้
  • ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ร่วมประชาสัมพันธ์ชี้แจง และร่วมแก้ปัญหาการจัดการกิจกรรม
2. กรุงเทพมหานคร
  • สนับสนุนงบประมาณ และการประชาสัมพันธ์
3. สถานีตํ ารวจนครบาลเตาปูน
  • ให้ความรู้ อบรม และประสานงานกับตํารวจชุมชน
  • ประสานงานและอํานวยความสะดวก
4. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
  • สนับสนุนงบประมาณการจัดกิจกรรมถนนสายไม้
  • ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมถนนสายไม้
5. ศาลเจ้าแม่ทับทิม
  • เอื้อเฟื้อสถานที่สํ าหรับจัดกิจกรรมชุมชน
  • เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวชุมชน
6. สภาวัฒนธรรมเขตบางซื่อ
  • สนับสนุนเสริมกิจกรรมในชุมชน
  • ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสํ าหรับกิจกรรมในชุมชน
7. กรมศิลปากร
  • ให้ความรู้ด้านศิลปะการแกะสลักลวดลายไม้
  • ร่วมเป็นคณะทํางานจัดกิจกรรมถนนสายไม้
8. บริษัทห้างร้านเอกชน
  • สนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมถนนสายไม้
9. ชุมชนใกล้เคียง
  • เข้าร่วมกิจกรรมและเป็นเครือข่ายธุรกิจผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไม้
10.Thaiwoodcentral.com
  • สนับสนุนเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์


คัดลอกข้อมูลบางส่วนจาก  สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (สสท.)
http://www.tei.or.th/Projects/pdf_gap/bma_community_5.pdf

สุวิทย์ฮาร์แวร์

Author: thailand wood / Category: Tools

หจก.สุวิทย์ฮาร์แวร์

อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ – เครื่องมือช่าง – เครื่องมือไฟฟ้า

SpecialiZation
อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์และตกแต่งบ้าน สี ทินเนอร์ เครื่องมือไฟฟ้า ลูกบิด บานพับ ลูกMAX ไม้อัด ไม้คิ้ว ไม้บัว และรับทำบัว โค้ง นอกแบบ

Address 7,9 ถ ประชานฤมิตร
Telephone 02-5855891,02-5867881,02-9126496
Fax 02-9126497

เพชรการช่าง

Author: thailand wood / Category: Tools

เพชรการช่าง (คาร์ไบด์)

เครื่องมือช่าง – เครื่องมือไฟฟ้า

SpecialiZation
ดอกคัตเตอร์ ดอกเลาเตอร์ ขนาดต่างๆ
ลับคมใบเลื่อย ใบมีด ใบกบ ดอกคัตเตอร์ ดอกเลาเตอร์ทุกชนิด
จำหน่าย-ซ่อม เครื่องมือไฟฟ้า ปืนลม พร้อมอะไหล่

Address 321 ซอย ประชานฤมิตร
Telephone 02-5853126
Fax 02-9127562

งาน ถนนสายไม้ ครั้งที่10

Author: thailand wood / Category: Thai furniture, Thailand wood

ถนนสายไม้
ถนนสายไม้
ถนนสายไม้ ซอย ประชานฤมิตร
ซอย ประชาราษฎร์ 24 ด้านหน้าซอย

งาน ถนนสายไม้ ครั้งที่ 10

ชุมชนประชานฤมิตร เป็นชุมชนดั้งเดิมของเขตบางซื่อ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำสวนผลไม้ เช่น สวนทุเรียน สวนมะม่วง สวนขนุน เป็นต้น เมื่อสภาพทางสังคมเปลี่ยนไปเนื่องจากมีการติดต่อค้าขายกับภายนอก และมีผู้คนต่างถิ่นอพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในชุมชน รวมทั้งพ่อค้าชาวจีนจาก สะพานขาว วัดสะเกศ บางลำพู ซึ่งมีอาชีพเกี่ยวกับการทำเฟอร์นิเจอร์และงานฝีมือช่างไม้ ประกอบกับชุมชนอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา อันเป็นเส้นทางล่องซุงจากภาคเหนือสู่กรุงเทพมหานคร ตลอดเส้นทางริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ยังเป็นที่ตั้งของโรงเลื่อยจำนวนมาก ทำให้สะดวกในการหาวัตถุดิบ จึงเกิดการรวมตัวของร้านค้าเฟอร์นิเจอร์ไม้ นับแต่นั้นมาชุมชนประชานฤมิตร จึงเป็นแหล่งรวมร้านค้าเฟอร์นิเจอร์และช่างไม้ ช่างแกะสลักต่าง ๆ จึงทำให้ถนนสายนี้ กลายเป็น แหล่งผลิตและจำหน่ายเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ไม้ และงานไม้แกะสลักที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

วัตถุประสงค์ของการจัดงานถนนสายไม้
1. เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในวาระครบรอบเขตบางซื่อ 111 ปี
2. เพื่อเผยแพร่ชื่อเสียงของ“ถนนสายไม้”ประชานฤมิตรให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย
3. เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้ในท้องถิ่น
4. เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยเกี่ยวกับการแกะสลักไม้การผลิตเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ไม้ให้คงอยู่สืบไป

โดยการจัดงาน ถนนสายไม้ ครั้งที่ 10 ประจำปี 2551 ในวันเสาร์–อาทิตย์ที่ 26 – 27 เมษายน 2551 กำหนดกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้
1. การจัดแสดงและจำหน่ายเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ไม้ และงานไม้แกะสลักต่าง ๆในราคาที่ถูกกว่าปกติเฉพาะในงานนี้เท่านั้น
2. การจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน เช่น กระจกเพ้น–แกะลาย โคมไฟเครื่องใช้ในครัวสแตนเลส ฯลฯ
3. การประกวดแข่งขันการแกะสลักไม้ โดยจะเปิดรับสมัครช่างแกะสลักจากทั่วประเทศ จัดให้มีการแข่งขัน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

  • ประเภทลายไทย
  • ประเภทลายสากล

การประกวดแข่งขันแกะสลักไม้ ประเภทลายสากล
1.1 รางวัลชนะเลิศ รับเกียรติบัตรและโล่รางวัล จาก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และเงินสด จำนวน 12,000.-บาท
1.2 รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 รับเกียรติบัตรและโล่รางวัล จาก รองปลัดกรุงเทพมหานคร (นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ) และเงินสด จำนวน 10,000.-บาท
1.3 รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 รับเกียรติบัตรและโล่รางวัล จาก ผู้อำำนวยการสำนักพัฒนาสังคม และเงินสด จำนวน 8,000 บาท
1.4 รางวัลชมเชย รับเกียรติบัตรและโล่รางวัล จาก ผู้อำนวยการเขตบางซื่อ และเงินสด จำนวน 5,000.-บาท

การประกวดแข่งขันแกะสลักไม้ ประเภทลายไทย
2.1 รางวัลชนะเลิศ รับเกียรติบัตรและโล่รางวัล จาก ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเงินรางวัล จำนวน 12,000.-บาท
2.2 รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 รับเกียรติบัตรและโล่รางวัล จาก ปลัดกรุงเทพมหานคร และเงินรางวัล จำนวน 10,000.-บาท
2.3 รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 รับเกียรติบัตรและโล่รางวัล จาก ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล และเงินสด จำนวน 8,000.-บาท
2.4 รางวัลชมเชย รับเกียรติบัตรและโล่รางวัล จาก ผู้อำนวยการเขตบางซื่อ และเงินสด จำนวน 5,000.-บาท
ผู้สนใจ สมัครได้ที่ นางสมเกียรติ ปิ่นโต ร้านปัญญาแกะสลัก โทร 081 094 0424 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

การประกวดแข่งขันขับร้องเพลงลูกทุ่ง โดยสภาวัฒนธรรมเขตบางซื่อ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้

  • ประเภทเยาวชนหญิง อายุ 9 – 15 ปี
  • ประเภทเยาวชนชาย อายุ 9 – 15 ปี
  • ประเภทประชาชนหญิง อายุ 16 ปีขึ้นไป
  • ประเภทประชาชนชาย อายุ 16 ปีขึ้นไป

ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับโล่เกียรติยศ จากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเงินรางวัล

  • รางวัลชนะเลิศ รับโล่เกียรติยศและเงินสด 5,000.-บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 รับโล่เกียรติยศและเงินสด 4,000.-บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 รับโล่เกียรติยศและเงินสด 3,000.-บาท
  • รางวัลชมเชย 2 รางวัล รับเงินสดรางวัลละ 1,000.-บาท

ผู้สนใจ สมัครได้ที่ ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม , ฝ่ายการศึกษา สำนักงานเขตบางซื่อ (ชั้น 6)

โทร. 0 2556 0443 และ 0 2586 9983 และร้านวิเศษไก่ย่าง สี่แยกบางโพ โทร. 0 2912 4162 ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 18 เมษายน 2551

การประกวดแข่งขันตกแต่งหน้าร้านค้า แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

  • ประเภทสวยงาม
  • ประเภทความคิดสร้างสรรค์

ซึ่งผู้ชนะการประกวดแข่งขันรับโล่เกียรติยศ จากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

  • รางวัลชนะเลิศ รับโล่เกียรติยศ
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 รับโล่เกียรติยศ
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 รับโล่เกียรติยศ

การออกบูธแสดงกิจกรรมของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

การออกบูธแสดงกิจกรรมของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

การฝึกอาชีพระยะสั้น 10 วิชาชีพ จากสำนักพัฒนาสังคม

การจำหน่ายสินค้านาทีทองของร้านค้าในซอยประชานฤมิตร

การแสดงชุดพิเศษจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

การแสดงของเด็กและเยาวชนในพื้นที่เขตบางซื่อ

การจัดแสดงสินค้า OTOP ของชุมชน และเด็กนักเรียนในโรงเรียนของพื้นที่เขตบางซื่อ

สถานที่ในการจัดงาน “ถนนสายไม้ ครั้งที่ 10”ซอยประชานฤมิตร (ซอยประชาราษฎร์ 24) ถนนประชาราษฎร์ สาย 1 เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร สามารถเข้าเที่ยวชมงาน

รถโดยสารประจำทาง
ด้านถนนประชาราษฎร์ สาย 1 เข้าทางซอยประชาราษฎร์ 24 ตรงข้ามวัดบางโพโอมาวาส รถประจำทางที่ผ่าน สาย 5 ,32,33,49,64,90,117, ปอ.6,ปอ.23

ด้านถนนกรุงเทพ – นนทบุรี เข้าทางซอยกรุงเทพ – นนทบุรี 5 รถประจำที่ผ่าน สาย 16,30,50,51,65,97,ปอ.60,ปอ.505

รถสองแถว (บริการรับ – ส่งฟรี)
จุดจอดรับ หน้าห้างสรรพสินค้าเทศโก้ โลตัส สาขาประชาชื่น ถึง หน้างาน (ผ่านบริเวณงานด้านถนนประชาราษฎร์ สาย 1 เขตบางซื่อ)

สถานที่จอดรถยนต์สำหรับผู้มาเที่ยวชมงาน

  • ธนาคารกสิกรไทย สาขาบางโพ
  • โรงเรียนทหารพลาธิการ สี่แยกท่าน้ำบางโพ
  • ริมถนนประชาราษฎร์ สาย 1
  • ริมถนนกรุงเทพ – นนทบุรี
  • วัดสร้อยทอง
  • วัดบางโพโอมาวาส
  • โรงเรียนวัดบางโพโอมาวาส
  • ลานจอดรถตรงข้ามตลาดเขมาเนรมิต (ข้างวัดสร้อยทอง โรงทอผ้าทหารเดิม)
  • ลานจอดรถยนต์ห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส สาขาประชาชื่น

พิธีเปิดงาน “ถนนสายไม้ ครั้งที่ 10”ในวันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2551 เวลา 10.00 น. ณ ซุ้มประตูประชาคมประชานฤมิตร ถนนประชาราษฎร์ สาย 1 เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน

ี้

ถนนสายไม้
ถนนสายไม้
ถนนสายไม้ ซอย ประชานฤมิตร
ซอย กรุงเทพฯ นนทบุรี 5 ด้านหลังซอย

source: ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม
Posted by กฤษฏา จิรวณิชเจริญ

Switch to our mobile site