28
Nov
Author: thailand wood / Category:
Knowledge

นายอนุพงศ์ พลประอินทร์
ผู้ผลิตงานเครื่องเขินของไทยในปัจจุบันเหลืออยู่ไม่มากนัก ถ้าจะคัดผู้ผลิตที่ดี มาตรฐานในการทำงานก็จะยิ่งเหลือน้อยรายลงไปอีก และในจำนวนที่เหลือเพียงไม่กี่รายนี้ก็อาจจะล้มเลิกได้ในไม่ช้า ทั้งนี้ก็เพราะว่าสภาพของสังคม เศรษฐกิจ และความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงไปมากมายหลาย สิ่งหลายอย่างที่เกิดและมิได้เข้ามามีบทบาทที่ทดแทนกันได้โดยง่าย ความนิยมชมชอบที่จะใช้สอยหรือตกแต่งประดับประดาดังอดีตได้หมดไปกับชนชั้นกลางที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพล และอำนาจทางเศรษฐกิจที่เอื้อและจูงใจให้กับสิ่งใหม่ ๆ มากมายกอปรกับผู้ผลิตบางส่วนหวังผลได้ในทางการค้าจะด้วยวิธีการลดขั้นตอนการผลิตหรือใช้วัสดุคุณภาพต่ำมาผลิตก็ตาม ล้วนแล้วแต่ทำความเสียหายให้เกิดขึ้นกับวงการผู้ผลิต ผู้บริโภคจนหมดความนิยมและเลิกใช้สอยไปในที่สุด
อย่างไรก็ตามก็ยังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งทั้งใน และนอกประเทศที่นิยมชมชอบและพอใจที่จะหาไว้ใช้สอยจะด้วยเหตุซาบซึ้งในความงดงามหรือคุณค่าอันเป็นผลผลิตที่ได้จากวัสดุธรรมชาติ โดยฝีมือมนุษย์หรือการเก็บรักษาไว้เพื่อการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมแขนงนี้ให้ยั่งยืนต่อไป ก็ยังพอจะมีผู้ผลิตที่อนุรักษ์กระบวนการผลิตรักษาคุณภาพไว้บ้าง ผู้ผลิตประเภทนี้เมื่อสืบสาวราวเรื่องแล้วจะพบว่าได้ทำการผลิตมาแล้วเกินกว่าศตวรรษ ตั้งแต่ครั้งปู่ย่าสืบทอดถึงพ่อแม่ ลูกและหลานในปัจจุบัน เช่น ครอบครัว "วิชัยกุล" ที่ยังคงอนุรักษ์กรรมวิธีการผลิตที่ดีมีคุณภาพไว้เป็นชีวิตจิตใจตลอดมา จนเป็นที่ยอมรับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติโดยเฉพาะญี่ปุ่น ผู้ซึ่งได้ชื่อว่ามีความรู้ความเชี่ยวชาญในการทำ เครื่องเขินดีที่สุดในผู้ผลิตรายอื่น ๆ ตลอดจนช่างเครื่องเขินอิสระที่ผลิตเพื่อคุณภาพเมื่อสืบประวัติแล้ว ล้วนแต่เป็นช่างที่เคยร่ำเรียน เคยทำงานมาจากโรงงานของครอบครัววิชัยกุล สมัยนางจันทร์เป็ง วิชัยกุล
กันเป็นส่วนใหญ่ จึงนับได้ว่า "วิชัยกุล" เป็นแหล่งผลิตงานเครื่องเขินที่เก่าแก่มีประวัติและผลงานควรแก่ การศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชีวิต และงานของนางจันทร์เป็ง วิชัยกุล ผู้บุกเบิก คิดค้น หาความรู้วิชา เครื่องเขินเพิ่มเติมได้ดำรงรักษาเอกลักษณ์ที่มีมาแต่โบราณนี้ไว้จนทำให้นานาประเทศรู้จักและให้ความชื่นชอบในงานศิลปไทยจวบจนทุกวันนี้

บ้านเขิน เป็นแหล่งผลิตและแหล่งจำหน่ายของ คุณวิชา สมภมิตร ซึ่งเป็นผู้ดำเนินงานที่อาศัย ความรักความสนใจในงานเครื่องเขินโดยศึกษาค้นคว้าและหาประสบการณ์ทั้งโดยตนเอง และจากการฝึกอบรมที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่เลขที่ 173 หมู่ 2 ถนนเชียงใหม่-สันกำแพง ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งแต่เดิมเป็นผู้หนึ่งที่อาศัย และทำการผลิตงานเครื่องเขินในละแวก "บ้านเขิน" เช่นเดียวกันกับรายอื่น ๆ เมื่อกิจการเจริญรุ่งเรื่องจึงได้ขยายเข้าสู่ถนนเศรษฐกิจศิลปหัตถกรรมตามที่อยู่ในปัจจุบัน
ปัจจุบันดำเนินการผลิตในระดับอุตสาหกรรมครัวเรือน และจัดจำหน่ายประเภทร้านค้า ผลิตภัณฑ์เครื่องเขินที่ผลิตและจำหน่าย ได้แก่ ประเภทเครื่องใช้สอย เครื่องเรือน เครื่องตกแต่ง และเครื่องประดับ เช่น จาน ถาด ขันน้ำ ขันโตก พาน กล่อง หีบยา คนโฑ หม้อน้ำ ปลอกผ้าเช็ดมือ ปิ่นโต เก้าอี้ โต๊ะ ฉาก กรอบรูป ภาพสัตว์ โล่ กำไล ต่างหู เข็มกลัด กิ๊บ เป็นต้น
เทคนิคการผลิตที่ใช้เป็นแบบอย่าง รักสี รักลายทอง เปลือกไข่ ขูดขีดฝังสี เขียนลายระบายสี อะครีลิค ซึ่งผลิตเป็นสินค้ามากกว่าแหล่งอื่น ๆ งานรักลายทองและเปลือกไข่ของบ้านเขินจะผลิตในปริมาณที่ไม่มากนัก
ลายทอง เป็นแหล่งผลิต แหล่งสะสม และแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเขินรายใหญ่ที่สุด ในภาคเหนือมี คุณธนะ แสงจักร์ เป็นเจ้าของ ตั้งอยู่เลขที่ 80/1 หมู่ 3 ตำบลบ้านเปา ถนนเชียงใหม่ สันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินธุรกิจประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยใช้เป็นสถานที่ ประกอบการทั้งทางด้านการผลิต การจำหน่าย และการแสดงสินค้านานกว่าสิบปี
การดำเนินงานของลายทองในส่วนของการผลิตจะประกอบไปด้วยบุคลากร ผู้มีความรู้ ความสามารถทั้งวิชาการและประสบการณ์ทางด้านการออกแบบ การตกแต่งลวดลาย และเขียนภาพ ระบายสี กระบวนการผลิตตลอดจนการควบคุมและตรวจสอบคุณภาพ ดังนั้นผลิตภัณฑ์เครื่องเขินของลายทอง จึงมีคุณภาพค่อนข้างสูงตามชนิดและประเภทของงาน
ในส่วนของการจำหน่าย ลายทองได้นำการบริหารงานและการจัดการมาดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบด้วยเครื่องมือไฮเทค และบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านต่าง ๆ อาทิ ทางด้าน การตลาด การจัดการการขาย และการเงินการธนาคาร ซึ่งให้ผลสัมฤทธิ์ในเชิงธุรกิจอย่างสูง สามารถวางแผนควบคุมให้งานการจำหน่ายดำเนินไปด้วยดีและมีประสิทธิภาพ
ส่วนสำคัญของลายทองที่เป็นตัวเน้นการประกอบการ คือ การจัดแสดงผลิตภัณฑ์สินค้า ที่มีมากมายหลากหลายด้วยรูปแบบ ตั้งแต่ของที่ระลึกขนาดเล็กจนถึงชุดเครื่องเรือนที่หรูหรา เช่น เครื่องมุก ฯลฯ
นอกจากผลิตภัณฑ์ที่ลายทองเป็นผู้ผลิตเองแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์จากแหล่งอื่นมาจัดแสดง และจำหน่ายด้วย โดยจัดวางอย่างเป็นสัดส่วนตามแบบอย่างและลักษณะเฉพาะของงาน ผู้ซื้อ สามารถเลือกซื้อได้อย่างกว้างขวางตามความพอใจ
แบบอย่างผลิตภัณฑ์เครื่องเขินของลายทองที่มีลักษณะเด่น ได้แก่ ภาพประดับผนังที่ใช้รัก สี เปลือกไข่ มุกสร้างภาพได้อย่างสวยงามและแปลกตา งานเครื่องเขินร่วมสมัยที่ใช้เทคนิคผสม เช่น งานที่ใช้วัสดุและกรรมวิธีการผลิตใหม่ ๆ ซึ่งให้รูปแบบที่ไม่เหมือนเดิม ตลอดจนการสร้างสรรค์งาน ให้มีประโยชน์ใช้สอยหลากหลายยิ่งขึ้น
จากลักษณะพิเศษของผลิตภัณฑ์เครื่องเขินและการประกอบธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบของลายทอง จึงทำให้เป็นแหล่งผลิต แหล่งสะสม และแหล่งจำหน่ายที่ใหญ่โตและมีชื่อเสียงที่สุด ในวันหนึ่ง ๆ จะมีีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศและชาวไทยเข้าชมและเลือกซื้อสินค้าไม่น้อยกว่า 150-200 คน ซึ่งลายทอง ได้จัดการในงานต้อนรับด้วยการให้พนักงานที่สามารถพูดภาษาต่าง ๆ ได้ดีจำนวนมากควบคู่กับการ ใช้แคตตาล็อกที่จัดทำไว้ ตลอดจนการบริการในด้านต่าง ๆ เช่น การเงิน การบรรจุหีบห่อ และการจัดส่งสินค้า เป็นต้นเกล็ดแก้วเครื่องเขิน เป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายส่งโครงดำของ นางศรีไพร (บัวผัด) ปิ่นคำ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินงานด้วยความรัก ความเข้าใจธรรมชาติของยางรัก ด้วยความผูกพันความเข้าใจ ที่ลึกซึ้งของป้าบัวผัดที่มีต่อยางรัก จนสามารถสร้างงานเครื่องเขินประเภทต่าง ๆ ได้อย่างมีเสน่ห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานโครงดำที่แหล่งผลิต แหล่งจำหน่ายอื่น ๆ สั่งซื้อเป็นจำนวนมากในแต่ละเดือน เกล็ดแก้วเครื่องเขิน ตั้งอยู่เลขที่ 165 หมู่ 2 บ้านฟ่อน ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
ปัจจุบันดำเนินงานในระดับอุตสาหกรรมครัวเรือนและจำหน่ายประเภทร้านค้า งานที่ผลิต ได้แก่ เครื่องตกแต่ง เครื่องใช้สอย เช่น จาม ชาม ถาด กล่อง เชี่ยนหมาก แบบอย่างสวยงามมากกว่าแหล่ง ผลิตอื่น ๆ
เทคนิคที่ใช้สร้างงานกระทำตามแบบอย่างโบราณที่ได้รับการฝึกอบรมถ่ายทอดจากนาง จันทร์เป็ง นางศรีไพรเป็นผู้หนึ่งที่ทำงานกับนางจันทร์เป็ง ซึ่งย่อมเป็นที่แน่นอนว่าวิชาความรู้เทคนิค วิธีการ ตลอดจนจิตวิญญาณของนางศรีไพรจะถูกหล่อหลอมและรับการถ่ายทอดให้เกิดการอนุรักษ์ไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการควบคุมคุณภาพของยางรักที่พิถีพิถันเป็นพิเศษความเงามันของผลิตภัณฑ์ เครื่องเขินโครงดำที่นี่จึงสวยงามมากกว่าแหล่งผลิตอื่น ๆ
นิดาซูวีเนียร์ เป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเขินของ คุณนิดา ใจโต ผู้ซึ่งมีความรู้ใน กระบวนการผลิต จากการที่ได้เข้ารับการฝึกอบรม ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคเหนือ ตั้งอยู่เลขที่ 40/3 บ่อสร้าง ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพงจังหวัดเชียงใหม่ ใช้อาคารแถว 2 คูหา เป็นสถานที่ จำหน่ายและผลิต ดำเนินงานธุรกิจประเภทร้านค้าโดยเน้นการรับ Order เพื่อการส่งออก
ปัจจุบัน คุณนิดา ใจโต ทำหน้าที่เป็นประธานชมรมเครื่องเขินจังหวัดเชียงใหม่ มีแหล่งผลิตที่ใหญ่ และมีชื่อเสียง เป็นสมาชิกชมรมมากกว่า 10 แห่ง ภารกิจของชมรมที่สำคัญ ได้แก่ การเผยแพร่ความรู้ ข่าวสาร ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพเครื่องเขิน เป็นศูนย์ กลางรับ Order และจัดโควต้างาน ให้กับสมาชิก
ผลิตภัณฑ์เครื่องเขินของร้านนิดาซูวีเนียร์ประเภทเครื่องใช้สอย เครื่องตกแต่ง แบบรักลายทอง จะส่งไปจำหน่ายยังประเทศอังกฤษ เยอรมนี อเมริกา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ได้แก่ แจกัน ตลับ ภาพสัตว์ ส่วนแบบอย่างอื่น ๆ เช่น ขูดขีดฝังสี เปลือกไข่ เขียนลายระบายสีอะครีลิค จะผลิตจำหน่ายในประเทศ ได้แก่ ตะลุ่ม จาน ชาม ถาด ขันน้ำ ขันโตก กล่อง แจกัน กรอบรูป กำไล ต่างหู และอื่น ๆ อีกมากมาย
นภาเครื่องเขิน เป็นแหล่งผลิตและแหล่งจำหน่ายงานเครื่องเขินของ คุณสวัสดิ์ ชุ่มอินทร์จันทร์
ตั้งอยู่เลขที่ 8/2 บ้านบวกครกน้อย ถนนสันกำแพง ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งแต่เดิมมีอาชีพเป็นมัคคุเทศก์ ได้พบเห็นแหล่งผลิตการผลิตงานเครื่องเขินอย่างมากมายหลายแห่ง เกิดความสนใจขึ้นมาอย่างมาก จึงคิดที่จะทำและเริ่มทำอย่างจริงจังด้วยการศึกษา ค้นคว้า พัฒนา และออกแบบงานด้วยตนเอง แบบและเทคนิคผสมที่คิดค้นขึ้นมามักจะถูกแหล่งผลิตอื่นช่วยผลิตโดยไม่ได้บอกกล่าวกันเสมอ
ปัจจุบันดำเนินงานทางธุรกิจประเภทร้านค้า ประกอบด้วย หน่วยผลิตและหน่วยจำหน่าย ได้แก่ งานเครื่องเขินประเภทเครื่องใช้สอย เครื่องตกแต่ง เครื่องประดับ แบบขูดขีดฝัง สี รักลายทอง รักสี เปลือกไข่ ลายทองผสมสีอะครีลิค เช่น โถ กล่อง หีบยา ถาด จานรองแก้ว ปลอก ผ้าเช็ดหน้า แจกัน ภาพสัตว์ กรอบรูป ขันนั้น พานรอง ฯลฯ
ลักษณะพิเศษสินค้าเครื่องเขินที่นี่ ได้แก่ รักลายทองที่มีรูปแบบลวดลาย เป็นอิสระไม่ใช่ลายไทยอย่างที่เคยทำกัน คุณสวัสดิ์ฉีกรูปแบบตกแต่งชิ้นงานไปอีกแนวหนึ่งละทิ้งแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง จะใช้ลีลาของเส้นและจุดเป็นลายตกแต่งคล้ายบ้านเชียง นอกจากนี้แล้วคุณสวัสดิ์ได้ทดลองออกแบบ และผลิตเป็นสินค้า โดยเทคนิคผสมระหว่างลายทองกับลายเขียนสีอะครีลิค สวยและงดงามมากกว่าการใช้เพียงสี
สินค้าส่วนหนึ่งส่งออกไปจำหน่ายที่สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมนี อิตาลี และฝรั่งเศส ซึ่งมีความนิยมในสินค้าประเภทเครื่องใช้สอยและตกแต่งแบบรักสี รักลายทอง และขูดขีดฝังสีสำหรับผู้ผลิตอื่น ๆ จะประกอบด้วยผู้ผลิตอิสระในครัวเรือนซึ่งมีกิจการเพียงแค่รับช่วงงานทำบางขั้นตอน เช่นเดียวกับช่าง อิสระที่รับทำงานตามที่ตนถนัดในยามว่างงานประจำ เช่น งานเขียนลายรดน้ำ งานปิดทอง งานขัด โครงสร้างประกอบโครง
28
Nov
Author: thailand wood / Category:
Knowledge

นายอนุพงศ์ พลประอินทร์
แต่เดิมนั้น เครื่องเขินส่วนใหญ่มีโครงเป็นไม้ไผ่สานหรือไม้จริง ต่อมาได้มีีการทดลองนำวัสดุอื่น ๆ มาใช้ทำโครงเครื่องเขิน เช่น กระดาษ กระดาษอัด ผ้า ดินเผา แก้ว โลหะ และพลาสติก เป็นต้น ซึ่งผลที่ออกมาต่างก็มีลักษณะที่ดีและไม่ดี คงทนบ้าง ไม่คงทนบ้าง คุณสมบัติพิเศษของยางรัก เคลือบทาเพื่อรักษาเนื้อหรือผิววัสดุให้คงทน
ยางรัก เป็นยางที่ได้จากต้นรัก ยางรักเป็นยางรักดิบบริสุทธิ์ไม่มีสิ่งเจือปนและต้องไม่มี ีน้ำมากสังเกตดูได้จากยางรักที่ดีจะไม่มีวาวขาว มีกลิ่นหอม ยางรักเมื่อเอาออกจากปี๊บให้กรองด้วยกระดาษสาหรือผ้าขาวเก็บไว้ในถ้วยหรือกะละมังเล็ก ๆ แล้วใช้กระดาษไขหรือกระดาษสีน้ำตาลปิดยางรักไว้ เพื่อไม่ให้ยางรักถูกกับอากาศ ถ้ายางรักถูกกับอากาศจะทำให้ยางรักแข็งตัว ยางรักที่เก็บไว้ให้เขียน วัน เดือน ปีไว้ด้วย เพื่อกันลืม
การลงรัก
ผสมยางรักกับน้ำมันก๊าด ในอัตราส่วน 1 : 2 ใช้แปรงจุ่ม ทาบนโครงให้ทั่ว
ลงสมุกหยาบ สมุกหยาบได้มาจากยางรักกับผงอิฐที่ผ่านตะแกรงเบอร์ 100-120 ผสมกันใน อัตราส่วน 1 : 1 การผสมสมุกให้ผสมบนแผ่นกระจกโดยใช้พายผสม เมื่อเข้ากันดีแล้วใช้พายหรือแปรง ฉาบหรือทาลงบนโครง การลงสมุกหยาบก็เพื่อปรับพื้นให้เรียบ สมุกเมื่อทาลงบนผลิตภัณฑ์แล้วทิ้งไว้ 3-7 วันให้แห้ง หลังจากนั้นนำไปขัด การขัดสมุกหยาบขัดด้วยกระดาษทรายแห้ง (กระดาษทรายขัดไม้) เบอร์ 2 หรือกระดาษทรายน้ำหมายเหตุ : สมุกจะแห้งพร้อมที่จะขัดได้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล เช่น สมุกเมื่อลงใน ฤดูฝนอากาศชื้นจะทำให้สมุกแห้งเร็ว ลงพื้นไว้ประมาณ 3 วันก็ขัดได้ ถ้าเป็นฤดูร้อนอากาศแห้งต้องทิ้งไว้ 7 วัน สมุกถึงจะแห้งพร้อมที่จะขัดได้
1. ลงสมุกละเอียด สมุกละเอียดได้มาจากการผสมยางรักกับผงดินขาวในอัตราส่วน 1 : 2 การลงสมุกละเอียดเพื่อปรับพื้นที่ให้เนียน และละเอียดยิ่งขึ้น การลงสมุกลงด้วยพายหรือแปรงทิ้งไว้ประมาณ 3-7 วัน รอจนแห้งขัดด้วยกระดาษทรายน้ำ เบอร์ 220 การขัดกระดาษทรายต้องขัดกับน้ำจะทำให้ไม่เปลืองกระดาษทรายและขัดง่าย
2. ทารักรองพื้น เมื่อทาเสร็จแล้วต้องทิ้งไว้ในตู้อบ 7 วัน รักจึงจะแห้งอัตราส่วนรักรองพื้น
1. รักดิบ 1 กก.
2. รักเชื้อ 1 ถ้วยแกง
3. แมกนีเซียม 5 กรัม
4. โปแตสเซียม 1 กรัม
5. น้ำ 100 กรัม
เมื่อผสมแล้ว นำไปตั้งไฟให้โปแตสเซียมละลาย
การทำรักเชื้ออัตราส่วนผสม
1. รักดิบ 40 กรัม
2. ผงเหล็ก 100 กรัม
3. น้ำยางตะโกพอประมาณ
4. น้ำส้มสายชูพอประมาณ
ต้องทิ้งไว้ 1-2 คืน (ใส่ผงเหล็กลงไปเพราะยางรักจะได้ไม่เปลี่ยนสีและทำให้ยางรักดำ) การขัดรักรองพื้นขัดด้วยกระดาษทรายน้ำเบอร์ 320 โดยขัดกับน้ำ
5.5 ทารักชั้นกลาง คือใช้รักรองพื้นทาซ้ำครั้งที่ 2 แล้วทิ้งไว้ 3-7 วันรอให้แห้ง แล้วขัดด้วยกระดาษ
ทรายน้ำเบอร์ 320 โดยขัดกับน้ำ (เหมือนข้อ 5.4)
5.6 ทารักเงา ใช้รักเงาทาแล้วนำไปอบในตู้อบ 7 วัน เมื่อแห้งแล้วนำไปใช้งานต่อไป
การทำรักเงา อัตราส่วนผสม
1. ยางรัก 2 กก.
2. รักเชื้อ 1 ถ้วยแกง
3. แมกนีเซียม 1 กรัม
4. โปแตสเซียม 1 กรัม
5. น้ำ 100 กรัม
6. น้ำมันถั่ว 150 กรัม
3. การทำลวดลาย โดยการตกแต่งตามที่ออกแบบไว้ เช่น การทำลายปิดทองรดน้ำการประดับด้วยเปลือกไข่
27
Nov
Author: thailand wood / Category:
Knowledge

ประวัติความเป็นมาของเครื่องเขิน
นายอนุพงศ์ พลประอินทร์
เชื่อกันว่า คนจีนรู้จักการทำ เครื่องเขิน และใช้เครื่องเขินกันอย่างแพร่หลายก่อนชนชาติอื่น มีการขุดพบชิ้นส่วนและภาชนะเครื่องเขินในหลุมศพ ของบุคคลสำคัญที่ฝังเอาไว้เมื่อหลายพันปีมาแล้ว ในเมืองจีนวัฒนธรรมเครื่องเขินน่าจะแพร่กระจายไปสู่เกาหลี ญี่ปุ่น จีนตอนใต้ เวียดนาม และเอเชียอาคเนย์ทั้งหมด แต่ก็มีแนวคิดแยกออกไปที่เชื่อว่าวัฒนธรรมเครื่องเขิน น่าจะเกิดขึ้นก่อนในเขตมณฑลยูนนานและรัฐฉาน เพราะเป็นแหล่งวัตถุดิบที่อุดมสมบูรณ์สำหรับการผลิตเครื่องเขิน อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มีการผลิตและ การใช้เครื่องเขินอย่างจริงจัง ต่อมาค่อยแพร่หลายเข้าไปสู่เมืองจีน คนจีนรู้จักพัฒนาความรู้และการผลิต ตลอดจนการเก็บรักษาที่เก่งและดีกว่า ทำให้มีหลักฐานเกี่ยวกับเครื่องเขินค่อนข้างดีและสมบูรณ์ตราบเท่าปัจจุบันนี้
ประวัติความเป็นมาของเครื่องเขินไทย
ในพจนานุกรมไทย กล่าวว่า เครื่องเขินคือ เครื่องสานที่ลงรักฉาบชาดแต่โดยทั่วไปแล้ว เครื่องเขิน หมายถึง
เครื่องใช้สอยที่ทำขึ้นโดยวิธีการเฉพาะอย่างหนึ่ง โดยมีเครื่องจักสาน หรือไม้จริงเป็นโครงแล้วใช้กรรมวิธีตกแต่ง
ให้สำเร็จสวยงามด้วยยางรักและอื่นๆ เช่น สี ชาด มุก ทองคำเปลว หรือเงินเปลว เป็นต้น โดยหลักการแล้ว เครื่องเขินส่วนใหญ่มีโครงเป็นเครื่องไม้ไผ่ สาน ทาด้วยยางรักหลาย ๆ ชั้น โดยที่ชั้นแรก ๆ จะทำหน้าที่ยึดโครงสร้างให้เกิดความมั่นคง ชั้นต่อ ๆ ไปเป็นการตกแต่งผิวภาชนะให้เรียบ ชั้นสุดท้ายเป็นการตกแต่งให้สวยงาม เช่น การเขียนลวดลาย การปิดทอง หรือการขูดผิวให้เป็นร่องลึกแล้วฝังรักสีที่ต่างกันเป็นลวดลายสวยงาม ถ้าเป็นของใช้ทั่ว ๆ ไปจะมีน้ำหนักเบา และนิยมใช้รักสีดำและสีแดงตกแต่ง ถ้าเป็นของใช้ ในพิธีหรืองานตกแต่ง เชิงศิลปะจะมีการใช้ทองคำเปลวประดับมากขึ้นบางครั้งมีการปั้น กดรัก พิมพ์รักให้เป็นลวดลายเพื่อเพิ่มความงดงามให้แก่ ภาชนะในประเทศไทย ได้เริ่มนำยางรักมาใช้เคลือบตกแต่งวัตถุอย่างแพร่หลายในสมัยอยุธยาและได้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
ที่มาของคำว่าเครื่องเขิน
เครื่องเขินเรียกตามนามของเผ่าชนผู้ประดิษฐ์ขึ้นคือ ไทเขิน ไทเขิน คือชนพื้นเมืองหรือคนไทที่อยู่ในลุ่มแม่น้ำ
เขินในแคว้นเชียงตุง เป็นชนกลุ่มหนึ่งในตระกูลไทลื้อ ปัจจุบันเชียงตุงอยู่ในรัฐฉานตะวันออกของพม่าเมื่อครั้ง พญากาวิละแห่ง "ราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน" ของล้านนาทำการฟื้นเมืองเชียงใหม่ ขึ้นมาจากการปกครองของพม่าในยุค
ต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีการนำไพร่พลไปรบเพื่อเอาผู้คนพลเมืองที่พูดภาษาตระกูลไทด้วยกันจากรัฐฉาน
และสิบสองปันนามาชดเชยประชากรที่ล้มหายตายจากไป เนื่องด้วยสงครามกับพม่า ชาวไทเขินผู้มีความสามารถ
ทางหัตถกรรมเครื่องเขินจึงถูกนำมาอยู่ในเขตเมืองเชียงใหม่ ตั้งรกรากอยู่ที่เชียงใหม่และถ่ายทอดวิชาหัตถกรรม
นี้ให้แก่ชาวเชียงใหม่ และหมู่บ้านที่ได้ชื่อว่ามีการทำเครื่องเขินเป็นล่ำเป็นสัน ก็คือ หมู่บ้านเขิน ตำบลหายยา
อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ อาจารย์วิถี พานิชพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องเขิน กล่าวว่า คำว่า "เครื่องเขิน" น่าจะ
บัญญัติขึ้นโดยคนไทยภาคกลาง และข้าราชการจากส่วนกลางที่ขึ้นมาอยู่ในภาคเหนือ เมื่อประมาณ 100 ปี
มาแล้ว เพราะว่าคำนี้ไม่ได้ปรากฏอยู่ในภาษาพื้นถิ่นเชียงใหม่ และชาวเชียงใหม่แต่เดิมก็ไม่ ได้มีศัพท์เรียกที่จำกัดความเฉพาะเช่นนี้ ที่ใกล้เคียงที่สุดจะเรียกว่า"คัวฮักคัวหาง" เนื่องจากเครื่องเขินเป็นของใช้ธรรมดาทั่ว ๆ
ไป ดังนั้นการจารึกหรือเขียนเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์จึงไม่ได้ให้ความสำคัญ หรือกล่าวถึงเลย ประกอบกับ
เป็นงานฝีมือที่ใช้วัสดุไม่ค่อยมีราคา จึงมิได้มีผู้ใดเก็บรักษาหรือทะนุถนอมไว้ ส่วนใหญ่ใช้จนชำรุดแล้วทิ้งไป จึงเป็นการยากที่จะหาเจอหลักฐานเครื่องเขินโบราณจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตที่มีอากาศร้อนชื้นเช่นเมืองไทย ดังนั้นจึงใคร่สามารถกล่าวได้เต็มปากเต็มคำว่าวัฒนธรรมเครื่องเขินมีมานานเท่าใด เพราะเราไม่มีหลักฐานที่ี่แน่ชัดหรือเพียงพอเพื่อยืนยันถึงอายุของเครื่องเขินโบราณ
เครื่องเขินเชียงใหม่
แต่เดิมมาคนในเมืองเชียงใหม่และบริเวณใกล้เคียงมีการทำเครื่องเขินแบบพื้นเมืองอยู่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็น
เครื่องเขินประเภทใช้โครงสานด้วยไม้ไผ่ทาด้วยยางรักเพียงไม่กี่ครั้ง และตกแต่งประดับประดาอย่างง่าย ๆ สำหรับของใช้ประจำวันและภาชนะในพิธีกรรม ต่อมาเมื่อมีการนำเอาชาวไทเขินเข้ามาเป็นช่างทำเครื่องเขิน รูปแบบเครื่องเขินใหม่ ๆ จึงได้เกิดขึ้นจากการผสมผสานรูปแบบดั้งเดิมของเชียงใหม่กับรูปแบบจากเชียงตุง เพื่อเป็นการสนองตอบความต้องการและรสนิยมใหม่ ๆ ในล้านนา ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าเครื่องเขินเชียงใหม่สามารถจำแนก ออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ คือ แบบพื้นเมืองซึ่งพบมากในชนบทของเชียงใหม่ และแบบเครื่องเขินวัวลาย ซึ่งเรียกชื่อ
ตามละแวกหมู่บ้านที่มีการผลิตเครื่องเขินของเมืองเชียงใหม่ในเขตบ้านวัว ลายบ้านนันทาราม และบ้านระแกงทางด้านใต้ของตัวเมือง
กรรมวิธีการผลิตเครื่องเขิน
การทำเครื่องเขินในล้านนา มีการสืบทอดมาหลายช่วงอายุคน จนกระทั่งมีช่วงระยะเวลาหนึ่งที่พม่าได้ยึดครองล้านนาไทย ได้กวาดต้อนเอาช่างฝีมือและผลิตภัณฑ์เครื่องเขินที่เป็นศิลปะดี ๆ ไปด้วย จึงทำให้การทำเครื่องเขินของไทยเสื่อมไประยะหนึ่ง ประกอบกับในระยะหลัง ๆ นี้ มีของใช้สมัยใหม่ที่มีราคาถูกกว่าเครื่องเขิน เช่น เครื่องกระเบื้อง อะลูมิเนียม และพลาสติกเกิดขึ้นมา เครื่องเขินที่เคยเป็นของใช้ในชีวิตประจำวันก็ค่อย ๆ ถูกลดการใช้งานไปผู้ที่ยังคงทำเครื่องเขินอยู่ก็เหลือเพียงแต่ผู้ที่ดำเนินงานสืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษ และถือเป็นงานอดิเรกที่ทำในยามว่างหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว อีกทั้งยังเป็นการทำแบบชาวบ้าน ไม่มีการพัฒนา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจึงได้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาหัตถกรรมเครื่องเขิน เพื่อให้วัฒนธรรมนี้ได้คงอยู่ต่อไป ซึ่งศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคเหนือก็ได้มีการพัฒนากรรมวิธีการผลิต การทำลวดลาย การค้นคว้าวิจัยรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ไปเป็นอันมาก ได้ช่วยแก้ไขปัญหา อุปสรรค ให้คำแนะนำและฝึกอบรมด้านเทคนิควิชาการแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องเขินในท้องที่ภาคเหนือ ส่งเสริมและสนับสนุนอย่างสม่ำเสมอ ทำให้อาชีพการทำหัตถกรรมเครื่องเขินได้รับการพัฒนาขึ้นให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบันหลักการและขั้นตอนในการผลิตเครื่องเขิน โดยสรุป มีดังนี้
1. การทำโครงเครื่องเขิน
2. การเลือกชนิดและแบบของเครื่องเขิน
3. การลงรัก
(1) ขั้นเตรียมการ
1) สมุกอุดเนื้อไม้หรือสมุกยาร่อง
2) สมุกหยาบ
3) สมุกละเอียด
(2) ขั้นการทารัก
1) การทารักชั้นแรก
2) การทารักชั้นกลาง
3) การทารักชั้นสุดท้าย
4) การตกแต่งในขั้นสุดท้าย (การตกแต่งลวดลายลงบนเครื่องเขิน)
การตกแต่งลวดลายลงบนเครื่องเขินที่เป็นแบบของไทยแท้ มี 2 แบบ คือ การเขียนลายขุด และการเขียนลาย ปิดทองรดน้ำ ส่วนการตกแต่งแบบอื่น ๆ นั้นก็เป็นการนำเอาวัสดุ เช่น เปลือกไข่ เกล็ดมุกมาตกแต่งหรือประดับเป็นลวดลาย มีการนำเอาเทคนิครักสีมาใช้ทำให้เครื่องเขินมีสีสันแปลกตาแตกต่างออกไป มีการนำเอาสีอะครีลิคมา
ใช้เขียนสีบนผลิตภัณฑ์เครื่องเขิน นอกจากนี้ก็มีการนำเอาเทคนิคการตกแต่งผลิตภัณฑ์เลียนแบบของเก่ามาใช้อีก
ด้วยในปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่า มีการทำผลิตภัณฑ์เครื่องเขินหลายแบบดังนี้
1. เครื่องเขินลายขุด คือ การขุดพื้นรักลงไปทำรูปภาพลวดลายโดยใช้เหล็กแหลม
2. เครื่องเขินลายปิดทองรดน้ำ คือ การใช้พู่กันเขียนภาพด้วยน้ำยาหรดาลและปิดทองหรือเงิน แล้วล้างน้ำ
ให้เห็นเป็นรูปลวดลายต่าง ๆ ให้ความสวยงามและดูสูงค่าดูมีราคากว่าเครื่องเขินประเภทอื่น ๆ
3. เครื่องเขินรักสี คือ การนำรักสีต่าง ๆ มาทาบนชิ้นงาน ทำให้เกิดลวดลายสวยงามและมี สีสันแปลกตา
4. เครื่องเขินประดับเปลือกไข่ คือ การนำเปลือกไข่ไก่ เปลือกไข่เป็ดหรือเปลือกไข่นกกระทามาแปะติด
เป็นลวดลายและรูปร่างที่สวยงามบนชิ้นงาน โดยเน้นความงามที่แปลกตาของลายแตกเปลือกไข่
5. เครื่องเขินประดับหอยมุก คือ การใช้หอยมุกมาตัดฉลุให้ได้ลวดลายประกอบกันเป็นภาพ เป็นลายบน
ชิ้นงาน
6. เครื่องเขินเขียนสี คือ การนำเอาสีอะครีลิคมาใช้กับเทคนิคต่าง ๆ ทำให้เกิดลวดลายบนชิ้นงาน
7. เครื่องเขินเลียนแบบของเก่า คือ การนำชิ้นงานมาทาทับด้วยดินโคลนหรือน้ำผสมซิเมนต์ ผงแล้วเช็ดออก ส่วนที่ติดหลงเหลืออยู่จะทำให้ดูเหมือนเป็นของโบราณหรือของเก่า
รูปทรง ประโยชน์ใช้สอยและลวดลายที่ใช้ตกแต่งบนผลิตภัณฑ์เครื่องเขิน
เครื่องเขิน เป็นหัตถกรรมพื้นบ้านชนิดหนึ่ง เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอยมิได้อาศัยเครื่องจักรทำด้วยฝีมือตนเอง จะเป็นการเลียนแบบจากสิ่งที่พบเห็นหรือตามความต้องการที่จะนำไปใช้งาน และการตกแต่ง ประดับประดาให้สวยงามตามความเหมาะสม เช่น ตลับ ถาด แจกัน ขันน้ำ แอบยา กล่องใส่ยาเส้น เชี่ยนหมาก เป็นต้นรูปทรงของเครื่องเขินเป็นการกำหนดรูปแบบของวัตถุด้วยการออกแบบ หรือสิ่งที่ผลิตขึ้นให้ได้ซึ่งความต้องการของผู้ใช้สอย ความบันดาลใจของผู้ผลิต ที่มีรูปลักษณะ รูปร่าง รูปทรงของเครื่องเขินมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน สิ่งแวดล้อมมีส่วนสำคัญในการกำหนดการออกแบบรูปทรง อันประกอบด้วยความงาม ความรู้สึก และ
การขึ้นรูปด้วยมืออย่างมาก งานเครื่องเขินจึงได้รับการพัฒนาให้มีคุณค่าทั้งการผลิต การออกแบบและรูปทรงต่าง ๆ การสร้างรูปทรงของเครื่องเขินแตกต่างกันไปตามประโยชน์ใช้สอยของเครื่องเขินแต่ละชนิด ซึ่งถือได้ว่า เป็นลักษณะพิเศษไม่เหมือนเครื่องใช้ของไทยอย่างอื่น สิ่งที่น่าสนใจอย่างมาก คือ รูปแบบต่าง ๆ ตามหน้าที่ใช้สอย
และการเน้นฝีมือการช่าง ความคิดสร้างสรรค์ที่ใช้วัสดุพื้นบ้านมาใช้ให้เป็นประโยชน์เพื่อการดำรงชีวิตประจำวัน
ได้เป็นอย่างดีงานเครื่องเขินเป็นลักษณะงานหัตถกรรมและศิลปหัตถกรรม ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันและมีความ
แตกต่างกัน ช่างหัตถกรรมมีความสามารถเชิงศิลปะสูง สามารถสร้างงานให้มีความงดงามเป็นที่ประทับใจแก่่ผู้ใช้ผู้ชม อาจถือได้ว่างานหัตถกรรมนั้นเป็นงานศิลปหัตถกรรมมากกว่า จะทำเพื่อใช้งานเท่านั้น ดังนั้นงานเครื่องเขินจึงประดิษฐ์ขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอย ความงามและทั้งขบวนการผลิต การสร้างสรรค์ ซึ่งได้รับการ ปรับปรุงเพื่อให้เกิดความประสานสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้ใช้ปัจจุบัน รูปทรงของผลิตภัณฑ์เครื่องเขินจึงมีบทบาทควบคู่กับหน้าที่ใช้สอยของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทอย่างมาก ดังนั้นคุณสมบัติและหน้าที่ใช้สอยของ รูปทรงผลิตภัณฑ์จึงจัดแบ่งออกได้ 4 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้
1. เครื่องเขินที่มีรูปทรงเพื่อบรรจุของเหลว เช่น กระบอก กระป๋อง ขวด ถ้วย จาน ชาม โถ ตลับ แจกัน เป็นต้น
2. เครื่องเขินที่มีรูปทรงเพื่อบรรจุของแข็ง เช่น กล่อง ตลับ หีบ กลัก ถ้วย จาน โถ ตู้ ถาด เป็นต้น
3. เครื่องเขินที่มีรูปทรงเพื่อการประดับตกแต่งกาย เช่น กำไล ต่างหู สร้อยคอ หวี งอบ หมวก เป็นต้น
4. เครื่องเขินที่มีรูปทรงเพื่อการใช้สอยตกแต่งอาคารบ้านเรือน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เตียง ตั่ง ชิ้นงานแกะสลัก
ต่าง ๆ เป็นต้น
ในงานเครื่องเขิน พอที่จะแบ่งแยกที่มาของรูปทรงได้ คือ รูปทรงธรรมชาติ รูปทรงเรขาคณิต รูปทรงประดิษฐ์
และรูปทรงอิสระรูปทรงธรรมชาติ ได้แก่ รูปทรงจากพืชพรรณไม้ และรูปทรงจากสัตว์รูปทรงเรขาคณิต ได้แก่ รูปทรงกระบอก รูปทรงสี่เหลี่ยม รูปทรงกลม รูปทรงหกเหลี่ยม รูปทรงรี รูปทรงแปดเหลี่ยม และรูปทรงสามเหลี่ยมรูปทรงประดิษฐ์ เป็นรูปทรงที่เกิดจากจินตนาการของนักออกแบบโดยดัดแปลงมาจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวรูปทรงอิสระ เป็นลักษณะของรูปทรงที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมา มีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปตามความคิดฝันของผู้ออกแบบอาจจะมีความคล้ายคลึงกับธรรมชาติเดิมของวัตถุนั้น ๆ เช่น คลื่นน้ำ หยดน้ำ เป็นต้นความหลากหลายในรูปลักษณ์ของลายที่ปรากฏบนงานเครื่องเขิน สามารถแบ่งแยกจัดหมวดหมู่ได้ตามลักษณะที่เรียกขานกันทั่วไปได้ดังนี้
1. ประเภทลายประดิษฐ์ ได้รับความบันดาลใจจากลายไทยซึ่งเป็นศิลปะประจำชาตินำมาออกแบบให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์เครื่องเขินและประโยชน์ใช้สอย
2. ประเภทลายเลียนแบบธรรมชาติ ได้แก่ ลายดอกไม้ ลายภาพสัตว์และภาพทิวทัศน์
3. ประเภทเรื่องราวเกี่ยวกับวรรณคดี ชาดก ศาสนา และความเชื่ออื่น ๆ
4. ประเภทเบ็ดเตล็ด มีการเขียนลวดลายลงบนผลิตภัณฑ์ที่เป็นรูปทรงตัวสัตว์ต่าง ๆ โดยลวดลายเหล่านี้
ได้รับอิทธิพลจากลายไทย แต่ดัดแปลงให้ดูง่าย
13
Oct
Author: thailand wood / Category:
OTOP

การผลิตเครื่องเขินที่สานมาจากไม้ไผ่
นำโครงภาชนะที่เตรียมไว้ทาด้วยกากกรักบาง ๆ เพื่อให้ยางรักประสานเส้นตอก ที่สานหรือขดให้แน่น บริเวณขอบภาชนะใช้รักขันทา เป็นการยึดไม่ใด้ตอกเคลื่อนที่ ทิ้งไว้จนกระทั้งรักแห้งดีแล้ว ใช้มีดหรือสิ่วขูดเอาส่วนที่ขรุขระออกจนผิวเรียบดี จากนั้นใช้รักสมุกชนิดหยาบ ทารองพื้นให้ทั้วภาชนะทั้งด้านนอกและด้านใน ปล่อย ทิ้งไว้จนกระทั่งแห้งดีแล้ว จึงนำมาขัดหรือกลึงด้วยหินสีแดงจนเรียบลงด้วยรักสมุก อีกครั้งหนึ่ง รักสมุกที่ทาครั้งนี้ควรเหลวกว่าครั้งแรกเล็กน้อย ครั้นแห้งดีให้ขัดด้วย กระดาษทรายน้ำละเอียด จนผิวเรียบเป็นมัน จับดูรู้สึกลื่นมือ ทาด้วยรักน้ำใสหรือรัก ผิวอีกครั้งหนึ่ง เพื่อช่วยให้ผิวเรียบ และดำเป็นมันเงาดี นำไปอบให้รักแห้งสนิท ขั้น ต่อมาจึงเป็นขึ้นตอนการแต่งลวดลาย ซึ่งทำได้ 2 ชนิด คือ ชนิด ลายรดน้ำ และ ชนิดลายขุด
ลายรดน้ำใช้น้ำยาหรดานเขียนลาย จามที่ออกแบบไว้ส่วนใดที่ไม่ต้องการให้ติดสีเงิน หรือสีทองต้องใช้น้ำยาหรดานทาถมลงไปให้ทั่ว ทิ้งไว้จนย้ำยาแห้งพอสมควรทาด้วยน้ำรักใส อย่างดีเพียงบาง ๆ นำทองคำเปลวหรือเงินเปลว ปิดทับลงไปบนลวดลายจนเต็ม ถูทองคำเปลว ให้ติดแน่นดี นำไปแช่น้ำ หรือรดน้ำ ทองเปลวหรือเงินเปลวที่ปิดไว้บนส่วนที่เขียนน้ำยา หรดาน จะพองตัวหลุดร่อนออกไปเหลือแต่ส่วนที่เป็นลวดลายไว้
ลายขุด ใช้เหล็กจารขุดลายให้เป็นร่องลึกลงไปในพื้นรักร่องที่ขุดนี้ ต้องไม่ลึกหรือตื้นเกินไปใช้น้ำมันมะมือทาลงไปในร่องให้ทั่ว โรยผงสีที่ต้องการลงไปในร่องที่ขุดจนเต็มน้ำมันที่ทานี้จะ ช่วยให้สีติดแน่นดีขึ้นเช็ดส่วนที่ไม่ต้องการออกเป็นอันเสร็จ
source: http://www.yupparaj.ac.th/webpage/computer/student/topic24/