โคมไฟจากงอบสาน

Author: thailand wood / Category: OTOP
Bamboo hat lamp
ภาพจาก Thaitambon.com
โคมไฟจากงอบสาน

จากงอบสาน มาเป็นโคมไฟ
คุณมานิดาพบเห็นสินค้าประเภทโคมไฟจึงเกิดไอเดีย ด้วยครอบครัวคุณมานิดา ประกอบอาชีพด้านการเกษตร โดยเฉพาะปลูกต้นสักไว้จำหน่าย ซึ่งในการตัดแต่ละครั้งมีเศษไม้จำนวนมากไม่ได้ใช้ประโยชน์ จึงคิดดัดแปลงทำเป็นฐานโคมไฟ จากนั้นนำวัสดุธรรมชาติ อาทิ กก ใบลาน ไม้ไผ่ มาสานเป็นงอบเพื่อครอบหัวส่วนบนของโคมไฟ ซึ่งวัสดุต่างๆ เหล่านี้สามารถหาได้ในท้องถิ่น

ก่อนอื่นคัดเลือกไม้สักให้ได้ขนาดตามต้องการ จากนั้นขัดผิวให้เรียบ นำมาเคลือบเงา นำเหล็กมาตัดแล้วดัดให้เป็นรูปทรงโครงขาตั้ง จากนั้นต่อเหล็กกับไม้ แล้วจึงติดตั้งชุดไฟ นำงอบซึ่งทำจากวัสดุต่างๆ ดังกล่าวมาครอบปิดด้านบน เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ

สนใจสินค้าติดต่อได้ที่ กลุ่มผลิตภัณฑ์โคมไฟ 86 หมู่ 4 ตำบลดอนอะราง อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ หรือสอบถาม คุณมานิดา ก่อนได้ที่หมายเลข (01) 879-9885 คุณรุ่งทิพย์ (01) 877-3872

ที่มา: เส้นทางเศรษฐี


กลุ่มอาชีพจักสานงอบ

57/1 หมู่ที่ 5 บ้านบางนางร้า ตำบลบางนางร้า อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13220
ติดต่อ : คุณธาราวุฒิ จุลวงศ์
โทร : 035 301170 , 08 9762 3504

โมบายไม้รวก

Author: thailand wood / Category: OTOP
โมบายไม้รวก+ไม้ไผ่
โมบายไม้รวก+ไม้ไผ่

กลุ่มจักสานบ้านหัวเวียง
รหัสผลิตภัณฑ์ (Code): 141206-A801

ผลิตภัณฑ์ (Product) โมบายไม้รวก+ไม้ไผ่

รายละเอียดผลิตภัณฑ์
โมบาย ประดิษฐ์จากไม้รวก+ไม้ไผ่

ขนาด (Size : cm)
กว้าง 6 เซนติเมตร ยาว 20 เซนติเมตร สูง 65 เซนติเมตร

น้ำหนัก (Weight : g)
335 กรัม

วัตถุดิบที่ใช้
ไม้รวก, ไม้ไผ่

สถานที่จำหน่าย
กลุ่มจักสานบ้านหัวเวียง
51/1 หมู่ 2 บ้านหัวเวียง ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13110
ติดต่อ : คุณจันทิรา สุทธิประเสริฐ
โทร : 086 1307643, 035 396229
e-mail : whaithai@yahoo.com

เรือหัวโทงจำลอง

Author: thailand wood / Category: OTOP

เรือหัวโทงจำลอง

เรือหัวโทงจำลอง

เรือหัวโทง เป็นเรือประมงแบบท้องถิ่นในภาคใต้ของประเทศไทย นิยมใช้กันทางภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน ลักษณะเป็นเรือขนาดเล็กหัวเรือสูงงอนขึ้นไปบรรจบกับทวนหัวที่ยื่นสูงขึ้นมา และตรงทวนท้ายมีลักษณะเป็นรูปลิ่ม ขนาดตั้งแต่ 7-8 เมตรขึ้นไปจนถึง 10 กว่าเมตร ติดเครื่องท้าย

สถานที่จำหน่าย
กลุ่มอาชีพผลิตภัณฑ์เรือหัวโทง
4/2 หมู่ 4 ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ 81000
ติดต่อ : นายบัญชา แขวงหลี
โทร :08 1968 8532 , 075 637390

กลุ่มเรือหัวโทงจำลอง
34 หมู่ 1 บ้านเกาะกลาง ตำบล คลองประสงค์ อำเภอ เมือง
จังหวัด กระบี่ 81000
ติดต่อ : นายหมาดตาบ หมั่นค้า Tel. 089 7243218, 075 630344

ประธานกลุ่ม : คุณบัญชา แขวงหลี
สถานที่ติดต่อ : ศูนย์ฝึกอาชีพบ้านนา ม.4 ต.อ่าวนาง อ.คลองท่อม จ.กระบี่
โทรศัพท์ : 0-7563-7390,0-1968-8532

ประธานกลุ่ม : คุณหมาดตาบ หมั่นค้า
สถานที่ติดต่อ : 39 ม.1 ต.คลองประสงค์ อ.เมืองฯ จ.กระบี่
โทรศัพท์ : 0-1569-0224,0-7563-7390

YouTube Preview Image

ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว

Author: thailand wood / Category: OTOP

ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว

ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว ชุมชนบ้านนาตีน

หมู่บ้านนาตีน อยู่ในเขตตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ แต่เดิมพื้นที่บริเวณนี้เป็นที่นาทำกินของชาวบ้านคลองแห้ง ในสมัยที่การคมนาคมยังไม่สะดวกเช่นทุกวันนี้ ชาวบ้านต้องเดินเท้ามาช่วยกันทำนาเป็นประจำทุกวัน เมื่อมีการตั้งชุมชนขึ้นเมื่อราว 80 ปีก่อน พื้นที่แถบนี้จึงถูกเรียกขานกันว่า" บ้านนาตีน " ซึ่งหมายถึงนาทางด้านทิศใต้ ( หรือทิศทางปลายเท้า )ในปี พ . ศ .2531 กลุ่มเยาวชนในหมู่บ้านนาตีน ได้ร่วมแรงกันทำผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าวเพื่อ เป็นการหารายได้เสริม ซึ่งภายหลังได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากหน่วยงานพัฒนาผลิตภัณฑ์จากทาง การเป็นอย่างดี จนกระทั่ง กลุ่มผลิตภัณฑ์ กะลามะพร้าวบ้านนาตีน เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นในฐานะแหล่งผลิตงานหัตถกรรมจากกะลามะพร้าวที่สวยงามได้อย่างหลากหลายรูปแบบ

นอกจากแหล่งท่องเที่ยวแล้ว เมืองกระบี่ยังมีแหล่งงานหัตถกรรมฝีมือชาวบ้านบ้านนาตีน ซึ่งเป็นชุมชนเล็ก ๆ มีวิถีชีวิตเรียบง่าย ประกอบอาชีพประมงชายฝั่ง ทำสวนยาง สวนมะพร้าว และสวนผลไม้ เป็นอาชีพหลัก เมื่อว่างเว้นจากงานประจำชาวบ้านได้คิดสร้างสรรค์งานหัตถกรรมเพื่อจำหน่าย แก่นักท่องเที่ยวที่สนใจ สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวของตนอีกทางหนึ่ง

ในปัจจุบัน ชาวบ้านนาตีนได้เพิ่มศักยภาพในการผลิตได้หลากหลายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การทำผ้าบาติก ผลิตกระดาษใยสับปะรดเพื่อแปรรูปทำของที่ระลึกรูปแบบต่างๆ รวมไปถึงการทำเรือหัวโทงจำลองอีกผลงานระดับห้าดาว ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนไม่น้อย

ที่ตั้งและการเดินทาง
อยู่ห่างจากตำบลอ่าวนาง ไปทางทิศตะวันตก เฉียงเหนือ ประมาณ 2 กิโลเมตร
การเดินทางจากจังหวัดกระบี่ไป บ้านนาตีน จากกระบี่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4202 ระยะทางราว 14 กิโลเมตรก่อนถึงหาดนพรัตน์ธารา ราว 1.5 กิโลเมตรเลี้ยวขวาทางลัดสู่คลองม่วงไปราว 1 กิโลเมตรถึงศูนย์ฯซึ่งอยู่ทางขวามือ หรือจากอ่าวนางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4203 ถึงหาดนพรัตน์ธาราเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 4202 เลี้ยวซ้ายแยกทางลัดคลองม่วงเส้นทางเดียวกัน

มะพร้าวที่มีรูปทรงกลมกลึงสวยงามจะถูกผ่าและแคะเนื้อในออกจนหมด ก่อนจะนำมาขัดผิวกะลาให้ขึ้นมันด้วยกระดาษทรายจากนั้นจะนำกระดาษที่ได้เขียน ลวดลายเตรียมไว้แล้ว มาทากาวทับไปบนผิวกะลา ก่อนจะฉลุตามลายเส้นให้เป็นลวดลายตามที่ ต้องการ ก่อนจะขัดด้วยกระดาษทราย เก็บรายละเอียดอีกครั้งจึงเคลือบผิวกะลาด้วยน้ำมันชักเงา

กะลาที่ผ่านการ ฉลุลวดลายงดงามแล้วสามารถแปรรูปทำเป็นผลิตภัณฑ์ได้อย่างหลากหลายรูปแบบ อาทิ ที่เสียบปากกา กล่องใส่กระดาษทิชชู่ โคมไฟ เข็มขัด กำไล ที่คาดผม และต่างหู

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์พัฒนาอาชีพผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว เลขที่ 4/1 หมู่ 4 บ้านนาตีน ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองฯ จังหวัดกระบี่ ๘๑๐๐๐ เปิดทุกวัน เว้นวันอาทิตย์ เวลา 08.30-16.00 นาฬิกา โทรศัพท์ 0 7563 7390 หรือ 0 1968 8532

ศูนย์กลางชุมชนบ้านนาตีน 4/2 หมู่ 4 ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
กลุ่มผลิตภัณฑ์กะลามะพร้าวบ้านนาตีน
อาคารศูนย์กลางชุมชนบ้านนาตีน โทร. 0 7563 7390

YouTube Preview Image

Japan OTOP

Author: thailand wood / Category: OTOP
OTOP
ผลิตภัณฑ์ หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์ – OTOP

source: ดร. โมริฮิโกะ อิรามัตสึ อ้างอิง จ.โออิตะ ประเทศ ญี่ปุ่น
               ปราชญ์เดินดิน – mcot.net

องค์ประกอบ ที่ทำให้แนวคิด ผลิตภัณฑ์ หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์ สำเร็จ
1. เราไม่ทำสินค้าที่เป็นของฝากธรรมดา แต่จะทำเป็นสินค้าที่พิเศษจริงๆ ถึงจะมีคนต้องการ และทำด้วยความตั้งใจ
2. ให้ชาวบ้านยืนด้วยตัวเอง ให้เขาดูตัวเองว่า อยากทำอะไร แล้วใช้ความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขา รัฐบาลจะช่วยแนะนำ และหาตลาดให้ และช่วยพัฒนาเทคโนโลยี
3. เน้นการพัฒนาบุคลากร เพื่อให้พวกเขามีความคิดสร้างสรรค์ ที่มากขึ้น

 

OTOP

แต่ก่อนไม่มีตำรา เราใช้วิธีเชิญนักธุรกิจมาเป็นวิทยากร ให้เขาเล่าถึงการเริ่มต้นทำงานว่า มีความล้มเหลวกันอย่างไรบ้าง กว่าจะมาถึงวันนี้ แล้วก็ให้พวกเขาเอาไปคิด แล้วนำเอาความคิดของตัวเอง มาผลิตเป็นสินค้า หรือเป็นสถานที่ท่องเที่ยว

การช่วยเหลือชาวบ้าน ไม่จำเป็นต้องเอาเงินไปให้พวกเขา เพราะว่าหากเงินหมด ก็จะเป็นการสูญเปล่า รัฐอาจจะนำไปให้กู้ได้ แต่ก้ต้องมีการใช้คืน สิ่งสำคัญก็คือว่า เราควรให้เขารู้จักคิดมากกว่าว่าจะทำอย่างไร เขาต้องคิดมาจากตัวของเขาเอง ว่าเขาต้องการอะไร แล้วก้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรือภูมิปััญญาของเขา พัฒนาสินค้าออกมา

Page 1 of 3123»