แผนที่ ถนนสายไม้

Author: thailand wood / Category: Thailand wood

แผนที่ ถนนสายไม้

แผนที่ ถนนสายไม้

Thai woodstreet

ศูนย์รวมเครื่องเรือนเฟอร์นิเจอร์ และงานแกะสลักไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นแหล่งรวมผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์และงานแกะสลักไม้ และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นที่รู้จักของประชาชน ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ซึ่งในปัจจุบันได้ขยายอาณาบริเวณกว้างขึ้นไปยัง ซอยไสวสุวรรณ(ถนนสายไม้ 2)และบริเวณรอบข้าง

โดยตลอดสองฟากซอยเป็นสถานที่ตั้งของสถานประกอบการ เกี่ยวกับการประดิษฐ์ เครื่องเรือนไม้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นตู้ โต๊ะ เตียง เก้าอี้ ประตู หน้าต่าง ประดิษฐกรรมไม้ การแกะสลัก การแปรรูปไม้ ตลอดจนอุปกรณ์ตกแต่งบ้านชนิดครบวงจร

ถนนสายไม้ เส้นที่ 1 เริ่มจากซอย ประชาราษฎร์ 24 ด้านหน้าซอย ถึงต้นซอย ประชานฤมิตร (กรุงเทพฯ นนทบุรี 5)
ถนนสายไม้ เส้นที่ 2 เริ่มจากซอย ไสวสุวรรณ (กรุงเทพฯ นนทบุรี 13) ถึงต้นซอย ประชาราษฏร์ 28
ข้อสังเกตุ ถนนสายไม้แต่ละเส้น ประกอบไปด้วย 2 ซอย และเลข 13 เป็นเลขนำโชค นำความเจริญรุ่งเรืองมาให้กับชุมชน


View ถนนสายไม้ in a larger map

มาตราการป้องกัน อัคคีภัย

Author: thailand wood / Category: Safety First
ถนนสายไม้ - อัคคีภัย
มาตราการป้องกัน อัคคีภัย – ซอย ไสวสุวรรณ และ ซอย ประชานฤมิตร

 

ข่าวประชาสัมพันธ์
ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการ
โทร 0 2556 0443

   ด้วยปรากฎว่า ในช่างเวลาที่ผ่านมา ได้เกิดอัคคีภัยใน ซอยประชานฤมิตร (ถนนสายไม้) บ่อยครั้ง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สินของประชาชน ประกอบกับในช่วงฤดูหนาวที่มีสภาพอากาศแห้งแล้ง เอื้ออำนวยต่อการเกิดอัคคีภัย กรุงเทพมหานครมีความห่วงใยต่อประชาชนใน ซอยประชานฤมิตร และ ซอยไสวสุวรรณ จึงได้จัดโครงการ "มาตราการป้องกันและระงับอีคคีภัยใน ซอยประชานฤมิตร และ ซอยไสวสุวรรณ" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและบรรเทาการเกิดอัคคีภัย ในร้านค้า ซอยประชานฤมิตร และ ซอยไสวสุวรรณ ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่าย และ จัดเก็บ ไม้ เฟอร์นิเจอร์ไม้ วัตถุไวไฟ เช่น สี ทินเนอร์

clip video แผนหนีไฟ ช่วยชีวิต  แผนหนีไฟ ช่วยชีวิต2

 

 

ประชาคมประชานฤมิตร

Author: thailand wood / Category: Thailand wood

ถนนสายไม้

ซุ้มประตูทางเข้า ถนนสายไม้

ประชาคมประชานฤมิตร – ถนนสายไม้
ชุมชนประชานฤมิตร เป็นชุมชนเก่าแก่ตั้งอยู่ใกล้แม่นํ้าเจ้าพระยา ในซอยประชานฤมิตร 24 ซึ่งเดิมเคยมีลักษณะเป็นสวนป่า คนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ยกร่องทําสวน การเดินทางยังคงใช้แม่นํ้าเป็นทางสายหลักจนกระทั่งคุณลุงเฉลิม สุขมาก ซึ่งเป็นคนเก่าแก่ในชุมชนได้ริเริ่มสร้างถนนเป็นครั้งแรก โดยการปรึกษากับเจ้าของที่ดินในสมัยนั้นแล้วมีความเห็นพ้องต้องกัน จึงได้ช่วยกันขอที่ดินจากเจ้าของที่ดินติดถนน ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือดี จนกระทั่งทางสํานักงานเขตได้มาลาดยางให้ในปี พ.ศ.2504 และตั้งชื่อให้ว่า “ซอยร่วมสุข

ถนนสายไม้
ผลิตภัณฑ์ไม้ ถนนสายไม้

ด้วยเหตุที่ชุมชนติดแม่นํ้าเจ้าพระยาซึ่งใช้เป็นเส้นทาง ล่องซุงมาจากทางภาคเหนือ และมีโรงเลื่อยไม้ตั้งอยู่บริเวณท่านํ้าวัดบางโพเรียงเรื่อยขึ้นไปทางนนทบุรีตลอดแนว ย่านนี้จึงเป็นแหล่งรวมไม้แปรรูปทุกชนิดและเป็นสิ่งดึงดูดให้ช่างไม้จากที่ต่างๆเข้ามารวมอยู่ในซอยประชานฤมิตร เมื่อมีการรวมตัวของช่างไม้ ก็เป็นแรงดึงดูดให้ผู้ที่ขายวัตถุดิบที่ใช้ในการทํ าเฟอร์นิเจอร์มารวมตัวอยู่ด้วยเช่นกัน ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ชุมชนเริ่มเปลี่ยนมาทํ าการค้า ทําเฟอร์นิเจอร์เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน จนเป็นแหล่งการค้าที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักกันทั่วไป มีรถวิ่งเข้าออกมากจนทําให้ถนนทรุด ทางราชการจึงมาปรับปรุงถนนให้หลายครั้ง และเปลี่ยนชื่อมาเป็น “ซอยประชานฤมิตร” จากอุตสาหกรรมในครัวเรือนเล็กๆ จึงมีการขยายการผลิตตอบสนองลูกค้า ปัจจุบันถือเป็นแหล่งรวมเฟอร์นิเจอร์ทุกชนิด ชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ตกแต่งบ้านที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

เดิมทีไม้ซุงจะได้จากทางภาคเหนือ แถวจังหวัดลำปาง กำแพงเพชร และจะขนส่งทางเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยามายังโรงเลื่อยในกรุงเทพฯ ในสมัยนั้นโรงเลื่อยจะตั้งอยู่รายตาบริเวณท่าน้ำตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในช่วงวัดบางโพ เมื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์แล้วก็จะส่งมาขายที่บางลำพู วัดสระเกศ สะพานดำ

ต่อมาการขนส่งทางบก ได้รับการพัฒนาจนกระทั่งกลายเป็นทางหลัก รถบรรทุกและรถพ่วงขนาดใหญ่ไม่สะดวกในการเข้ามาขนส่งไม้ในเมือง โรงเลื่อยต่างๆจึงได้ย้ายออกไปอยู่นอกเมืองแถวๆอำเภอบางไทร จังหวัดอยุธยา แต่ร้านขายผลิตภัณฑ์เครื่องเรือนจากไม้ก็ยังคงตั้งมั่นอยู่ในซอยประชานฤมิต รแห่งนี้

กระทั่งในปี พ.ศ.2540 ผู้อำนวยการสำนักงานเขตบางซื่อในสมัยนั้นได้ลงพื้นที่ แล้วเล็งเห็นว่าซอยนี้มีผลิตภัณฑ์เครื่องเรือนเครื่องใช้ที่น่าสนใจเป็น อย่างมาก ควรจะอนุรักษ์เอาไว้ จึงได้ร่วมปรึกษาหารือกับผู้ประกอบการและจัดทำซุ้มประตูไม้ขึ้น 2 ฝั่งทั้งทางเข้าและออกของซอย เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวซอยประชานฤมิตร โดยได้รับการออกแบบจากอาจารย์สุดสาคร ชายเสม ศิลปินอิสระ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านจิตรกรรม ประติมากรรม และอยู่อาศัยในละแวกประชาคมประชานฤมิตรแห่งนี้ด้วย

ซุ้มประตูไม้นี้ทำมาจากไม้ตะเคียนทอง จากโรงเลื่อยจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นไม้ที่คัดเลือกมาแล้วว่าทนแดดทนฝนเป็นอย่างดี ลงรักของแท้ ตัวหนังสือทำจากทองคำเปลวแท้เช่นกัน สูงประมาณ 8 เมตร กว้างประมาณ 10 เมตร

หลังจากจัดสร้างซุ้มประตูไม้แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2541 คณะกรรมการประชาคมประชานฤมิตรก็ได้ร่วมกับสำนักงานเขตบางซื่อตั้งชื่อซอยนี้ ว่า "ถนนสายไม้" และได้จัดงานถนนสายไม้ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2542 เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ และเป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับช่างไม้บนถนนสายไม้แห่งนี้

ตลอดทางของซอยประชานฤมิตร ประมาณ 1กิโลเมตรกว่าๆนั้น มีร้านผลิตภัณฑ์เครื่องไม้อยู่ประมาณเกือบ 200 ร้านเห็นจะได้ ซึ่งเท่าที่ฉันได้เดินสำรวจตรวจตราตลอดทั้งซอยก็เห็นว่าแทบจะทุกบ้านล้วน แล้วแต่ทำกิจการเกี่ยวกับไม้ทั้งสิ้น ทั้งไม้แบบไม้อัดยังไม่แปรรูป และไม้ที่แปรรูปแล้วเป็นเครื่องเรือนเครื่องใช้หลากหลายรูปแบบ เช่น เก้าอี้ ประตู ตู้ เตียง โต๊ะ หรือชิ้นเล็กๆก็เช่น ป้ายไม้ หิ้งพระ ตุ๊กตาไม้รูปสัตว์ต่างๆ แจกัน โคมไฟ เป็นต้น

แต่เมื่อย่านต่างๆเหล่านั้นเริ่มแน่น ไม่สามารถขยายพื้นที่ออกไปได้อีก ประกอบกับพื้นที่ใกล้ๆกับโรงเลื่อย ในสมัยนั้นเป็นพื้นที่ดินลูกรังน้ำท่วมขัง มีสวนทุเรียน สวนมะพร้าว สวนหมากมาก แต่ก็ยังมีพื้นที่โล่งว่างอยู่เยอะ ทั้งยังใกล้แห่งผลิตและสะดวกในการขนส่ง ร้านรวงต่างๆจึงได้อพยพออกมาอยู่ที่นี่ ซึ่งก็คือย่านซอยประชานฤมิตร ตรงข้ามวัดบางโพโอมาวาสในปัจจุบัน

ส่วนช่างไม้ต่างๆที่นี่ก็ได้รับสืบทอดวิชาความรู้ต่อๆกันมาตั้งแต่ ครั้งที่ชาวจีน ชาวไหหลำ ชาวเซี่ยงไฮ้ ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยก็ได้นำเอาความรู้ในเรื่องของการแกะสลักลวด ลายงานฝีมือช่างไม้ที่ติดตัวมาประกอบอาชีพ และถ่ายทอดมายังคนไทย

ปัจจุบัน คนในชุมชนส่วนใหญ่มีเชื้อสายจีน ประกอบด้วยกลุ่มคนที่เป็นนักธุรกิจเจ้าของห้างร้าน ซึ่งอพยพมาอยู่ทีหลัง (เมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว) และกลุ่มคนที่ตั้งรกรากมาแต่เดิม ซึ่งส่วนใหญ่มีรายได้น้อย ประกอบอาชีพรับจ้างและเกษตรกรรม ศูนย์รวมของคนในชุมชน คือ ศาลเจ้าแม่ทับทิม

ในปี 2539 นายสมศักดิ์ จันทวัฒนา รองผู้อํานวยการสํ านักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว(ตํ าแหน่งปัจจุบัน)ซึ่งดํ ารงตําแหน่งผู้อํานวยการเขตบางซื่อในขณะนั้น ได้นํานโยบายการจัดตั้งประชาคมของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผนวกกับนโยบายการท่องเที่ยว Amazing Thailand มาขยายแนวคิดร่วมกับ ชาวชุมชนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จึงได้ชักชวนกลุ่มพ่อค้ามาหารือร่วมกัน ซึ่งเห็นว่าจะสามารถเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจของตน จึงเริ่มประสานจากคนทํ าธุรกิจในซอยประชานฤมิตร ประมาณ 200 ครัวเรือน

กิจกรรมแรก เริ่มที่การสร้างซุ้มประตูไม้ทางเข้าทั้ง 2 ฝั่งซอย ด้วยงบประมาณ 1 ล้านบาท ด้วยการระดมทุนจากห้างร้าน ภายในชุมชน และได้รับจากสํานักงานเขตบางซื่อ ประชาคมมักมีการจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง แม้การตั้งประธานและคณะกรรมการครั้งแรกไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่มาจากการช่วยกันทํางานตามความถนัดตามความสามารถของแต่ละคน โดยมีคุณวสันต์ ศรีตะรัชกุล เป็นประธานคนแรก (วาระ 2 ปี) ส่วนกิจกรรมของประชาคมที่สร้างชื่อให้คนทั่วไปได้รู้จักและจัดเป็นประเพณีสืบต่อมาทุกปี คือ การจัดงาน ถนนคนเดิน ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ถนนคนเดินและสายไม้ และ ถนนสายไม้ ในการ จัดงานไม่เน้นที่ปริมาณการขาย แต่หวังผลในระยะยาวให้ความสําคัญกับการประชาสัมพันธ์ สร้างแนวร่วมคนทํ าอาชีพเดียวกันให้เป็นที่รู้จักเป็นเครือข่าย ทําให้ช่างไม้ได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์พัฒนาฝีมือให้มีคุณภาพและความพิถีพิถันมากขึ้น เป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ ทั้งยังเป็นการสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างผู้ค้าด้วยกัน และระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง 


ศาลาทรงไทยไม้แกะสลัก

ศาลาทรงไทยไม้ถูกแกะสลักอย่างละเอียดประณีต

ประชาคมประชานฤมิตร มีการจัดกิจกรรมที่เอื้อประโยชน์ต่อกัน เช่น การจัดทําแผนที่ชุมชน การจัดสวัสดิการแก่คนชรา การส่งเสริมอาชีพให้แก่กลุ่มสตรีว่างงาน การจัดหาพื้นที่ส่วนกลางทํ ากิจกรรมร่วมกัน กิจกรรมตํ ารวจบ้าน กิจกรรมวันเด็ก วันพ่อ วันแม่ นอกจากนี้คณะกรรมการชุมชนยังเป็นแกนกลางในการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และร่วมกับชาวบ้านในการดูแลและจัดการปัญหาทั่วไปภายในชุมชนอีกด้วย อาทิเช่น การจราจรภายในซอย อุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน ท่อระบายนํ้ าอุดตัน ไฟไหม้ การทะเลาะเบาะแว้งต่างๆ เป็นต้น ดังภาพ

ถนนสายไม้


มิติการพัฒนาประชาคมประชานฤมิตร – ถนนสายไม้

องค์กรการพัฒนาในชุมชนได้แก่คณะกรรมการชุมชน (มาจากการเลือกตั้ง มีกรรมการ 10 คน)และเป็นคณะทํ างานชุดเดียวกับคณะกรรมการประชาคม (โดยแต่งตั้งเพิ่มอีก 15 คน) มีคณะกรรมการรวม 25 คน ตลอดระยะเวลา 8 ปี โครงสร้างและสมาชิกของคณะกรรมการเกือบจะเป็นชุดเดียวกัน เพียงแต่สลับสับเปลี่ยนกันทําหน้าที่ มีคณะกรรมการประชาคมทั้งหมด 4 ชุด แต่ละชุดมีความเชื่อมโยงกันในแง่ของตัวบุคคล กล่าวคือ เป็นการสลับตํ าแหน่งในการทํ าหน้าที่ มีการเพิ่มชื่อหรือลาออกเพียงบางส่วนเท่านั้น ทำให้การประสานงานและการทํางานมีความต่อเนื่อง มีเอกภาพ และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

กิจกรรมหลักที่จัดสืบต่อกันมาทุกปี คือ งานถนนสายไม้ โดยมีนายสมศักดิ์ จันทวัฒนา และสํ านักงานเขตบางซื่อเป็นที่ปรึกษาและประสานงานที่สําคัญ (ภาพที่ 2) ประชาคมประชานฤมิตรไม่มีคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน เนื่องจากต้องมีการทํ างานร่วมกับอีกหลายชุมชนในเขตบางซื่อ ทางคณะกรรมการวิตกกังวลว่าอาจทํ าให้การทํางานไม่คล่องตัวและอาจเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ปัจจุบันประชาคมมีคณะกรรมการทํ างานเป็นชุดที่ 4 มีนายประสิทธิ์ สืบจากลา เป็นประธาน มีแนวคิดประสานทุกภาคส่วนของชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมและความเสมอภาค เพื่อให้คณะกรรมการทํางานอย่างมีเอกภาพ

ถนนสายไม้
โครงสร้างคณะกรรมการประชาคมประชานฤมิตร(ถนนสายไม้)

ในการดําเนินงานพัฒนา ของประชาคมประชานฤมิตร ด้านเศรษฐกิจโดยรวมมีกระบวนการและวิธีการดําเนินงาน ดังนี้

กระบวนการ

วิธีการ

1. การจุดประกายความคิด
  • ภาวะเศรษฐกิจตกตํ่า รายได้จากการขายสินค้าลดลง เกิดปัญหาในการประกอบธุรกิจผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไม้ของชุมชน
  • กระแสนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว สนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน และอนุรักษ์
  • ต้องการรักษาศิลปวัฒนธรรม
  • นโยบายของกรุงเทพมหานครที่สนับสนุนให้ทุกเขตจัดกิจกรรมถนนคนเดินขึ้น
  • นโยบายรัฐเกี่ยวกับการสนับสนุนการจัดตั้งประชาคม
  • เป็นความท้าทายของทางสํานักงานเขตบางซื่อ โดย ผอ.สมศักดิ์ จันทวัฒนา (ในสมัยนั้น) ในการที่จะสร้างประชาคมต้นแบบ สร้างความร่วมมือประสานงานจัดกิจกรรมร่วมกัน เพื่อเป็นเอกลักษณ์ให้แก่ชุมชนและสืบทอดต่อไป
2. การระดม
ความร่วมมือ
  • มีการระดมทุนและวัสดุอุปกรณ์ของชาวชุมชน โดยผู้นํ าที่เป็นที่นับถือ ร่วมชี้แจงและระดมทุนในการร่วมจัดกิจกรรมถนนสายไม้
  • ประสานภาคธุรกิจส่วนต่างๆ ที่ประกอบธุรกิจที่เกื้อหนุนกันให้เข้ามาร่วมจัดงานกิจกรรมถนนสายไม้
  • ประสานภาครัฐหลายหน่วยงานให้ร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรมในรูปของงบประมาณและการประชาสัมพันธ์
  • ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกันให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม เกิดเครือข่ายธุรกิจที่แตกแขนงและมีความหลากหลายมากขึ้น
  • คณะกรรมการประสานชุมชนโดยการบอกกล่าวตามบ้านและผ่านสื่อสาธารณะของชุมชน (เสียงตามสาย)
  • สนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งลูกจ้างและชาวบ้านในชุมชนเข้าร่วมอย่างกว้างขวาง
3. การขยายแนวร่วม
  • จากการมีส่วนร่วมของหลากหลายหน่วยงาน ช่วยให้การประชาสัมพันธ์ขยายวงกว้าง
  • สร้างความสัมพันธ์อันดีในชุมชนจากกิจกรรมที่ร่วมกันทํ า ทํ าให้คนในชุมชนมีอาชีพเสริมและมีรายได้เพิ่มขึ้น
  • สร้างเครือข่ายของคนร่วมอาชีพ และผู้ที่สนใจทั่วไป
  • ขยายฐานเครือข่ายลูกค้าให้มีความหลากหลายและกว้างขวางขึ้น
4. การรักษาความต่อเนื่อง
  • ประชาคมรู้สึกเป็นเจ้าของกิจกรรมถนนสายไม้ มีการจัดสืบทอดติดต่อกันทุกปี
  • สร้างชื่อเสียงในการเป็นแหล่งผลิตไม้แปรรูปที่สํ าคัญของประเทศ และจัดกิจกรรมสืบต่อมาจนกลายเป็นงานประจําปี
  • ช่างมีการพัฒนาฝีมือด้านการแกะสลัก ซึ่งถือเป็นการเพิ่มมูลค่าและการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม เป็นสีสันและเพิ่มความหลากหลายให้กับงานในแต่ละปี
  • สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ และคนในชุมชน
  • มีการประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังทุกปี
  • ยกระดับคุณภาพสินค้าและขยายตลาดสู่สากล
  • มีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายในการจัดงาน เพื่อนําไปปรับใช้ในปีต่อๆ ไป

ประชาคมประชานฤมิตร มีภาคีความร่วมมือที่สําคัญ ได้แก่ ภาคธุรกิจเอกชน (ร้านค้าผลิตภัณฑ์แปรรูปไม้จากทั้งในและนอกชุมชน) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสํานักงานเขตบางซื่อ ซึ่งนับได้ว่ามีบทบาทสําคัญที่สุด

ภาคี

บทบาท

1. สํ านักงานเขตบางซื่อ
  • ร่วมวางแผนงานและเป็นคณะทํางานจัดกิจกรรมถนนสายไม้
  • ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ร่วมประชาสัมพันธ์ชี้แจง และร่วมแก้ปัญหาการจัดการกิจกรรม
2. กรุงเทพมหานคร
  • สนับสนุนงบประมาณ และการประชาสัมพันธ์
3. สถานีตํ ารวจนครบาลเตาปูน
  • ให้ความรู้ อบรม และประสานงานกับตํารวจชุมชน
  • ประสานงานและอํานวยความสะดวก
4. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
  • สนับสนุนงบประมาณการจัดกิจกรรมถนนสายไม้
  • ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมถนนสายไม้
5. ศาลเจ้าแม่ทับทิม
  • เอื้อเฟื้อสถานที่สํ าหรับจัดกิจกรรมชุมชน
  • เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวชุมชน
6. สภาวัฒนธรรมเขตบางซื่อ
  • สนับสนุนเสริมกิจกรรมในชุมชน
  • ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสํ าหรับกิจกรรมในชุมชน
7. กรมศิลปากร
  • ให้ความรู้ด้านศิลปะการแกะสลักลวดลายไม้
  • ร่วมเป็นคณะทํางานจัดกิจกรรมถนนสายไม้
8. บริษัทห้างร้านเอกชน
  • สนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมถนนสายไม้
9. ชุมชนใกล้เคียง
  • เข้าร่วมกิจกรรมและเป็นเครือข่ายธุรกิจผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไม้
10.Thaiwoodcentral.com
  • สนับสนุนเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์


คัดลอกข้อมูลบางส่วนจาก  สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (สสท.)
http://www.tei.or.th/Projects/pdf_gap/bma_community_5.pdf

ภาพงานถนนสายไม้ ครั้งที่10

Author: thailand wood / Category: Thai furniture, Thailand wood

ถนนสายไม้ครั้งที่10
Wood Street Fair 2008 – ถนนสายไม้ครั้งที่10

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน
พิธีเปิดโดย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน) เป็นประธานในพิธี

เวทีสาธิต การแกะสลักไม้
เวทีสาธิต การแกะสลักไม้

นาฬิกาไม้
นาฬิกาไม้

กรอบรูปไม้ คลาสสิค
กรอบรูปไม้ คลาสสิค

ไม้แกะสลัก
ไม้แกะสลัก เป็นรูปต่างๆ

Read more…

Thai woodstreet

Author: thailand wood / Category: Thailand wood

thai woodstreet -  ถนนสายไม้

thai woodstreet – ถนนสายไม้

 

Wooden Crafted furniture on Soi Pracha-Narumid, Soi Sawaisuwan

Chinese wood carvers living around Wat Yuan, Saparn Khao,Dumrongrak Road, and Wat Sra Kade-Sapan Dummoved to Soi Prachanarumid. They brought here with them their career, wood crafting. Their work is so excellent and beautiful that it has lasted up to now. Almost every household has this occupation. This area becomes the biggest center in Thailand for wooden crafted furniture, which help create income for the residents in the area especially during the declining economic period. The unique of their wood crafsmanship is getting more popular. More people come here to buy wooden crafted furniture due to the cheaper prices because of being the direct manufacturers. In addition, you can find merchandises from other areas including rubber wood merchandises.

On both sides of Soi PrachaNarumid and Soi Sawasuwan are morethan 400 stores of wooden crafted furniture. In these stores you can find merchandises of all sizes, from large to small, including small home decorations.

Thaiwoodstreet – ถนนสายไม้

ศูนย์รวมเครื่องเรือนเฟอร์นิเจอร์ และงานแกะสลักไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นแหล่งรวมผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอรและงานแกะสลักไม้ และอุปกร์ตกแต่งบ้าน ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เป็นที่รู้จักของประชาชน ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ซึ่งในปัจจุบันได้ขยายอาณาบริเวณกว้างขึ้นไปยัง ซอยไสวสุวรรณ (ถนนสายไม้ที่2) และบริเวณรอบข้าง

ความเป็นมาของชุมชนประชานฤมิตร

ชุมชนประชานฤมิตร เป็นชุมชนดั้งเดิมของเขตบางซื่อซึ่งเป็นซอยเชื่อมระหว่างถนนประชาราษฎร์สาย1 กับถนนกรุงเทพฯนนทบุรี สภาพเดิมเป็นสวนและค่อยๆเปลี่ยนสภาพสวนจนกระทั่งแปรสภาพเป็นเรือนแถวไม้ และตึกแถว อาคารพาณิชย์หนาแน่นในปัจจุบัน อาชีพของชุมชนจากเดิมที่เคยมีอาชีพทำสวนค่อยเปลี่ยนเป็นการทำเครื่องเรือน และงานไม้แกะสลักต่างๆ จนเป็นแหล่งอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไม้ และงานไม้แกะสลักต่างๆขนาดใหญ่

การประกอบทำอาชีพเครื่องเรือน และงานแกะสลักไม้ดังกล่าว มีการทำเป็นยุตสาหกรรมในครัวเรือนและได้สืบทอดต่อๆกันมา และขยายกิจการเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งในปัจจุบันมีมากกว่า 200 ราย โดยทำเครื่องเรือนประเภทต่างๆ อาทิเช่น โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ เตียง ชั้นวางของ ลูกกลีง เชิงชายฉลุลายไม้สวยงาม โดยเฉพาะการแกะสลักไม้ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น นอกจากนั้นยังมีอุปกรณ์ตกแต่งบ้านอีกจำนวนมาก การจำหน่ายไม้ประเภทต่างๆ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ไม้คิ้ว บานประตู หน้าต่าง กระจกแกะลาย-เพ้นท์สี

more info > การตั้งถิ่นฐานของชุมชนช่างไม้

Thai Wood Street Fair 1
Thai Wood Street Fair 2

Page 1 of 212»
Switch to our mobile site